.

รีวิว Toyota CHR ขับเที่ยวเมืองเก่าเยาวราช-ซอยนานา



รีวิว Toyota CHR ขับเที่ยวเมืองเก่าเยาวราช-ซอยนานา

 
ทันทีที่เรารู้ว่า Toyota C-HR หยิบเอาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง T-Connect Telematics มาใช้ เพื่อเชื่อมต่อทั้งคนและรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน แถมยังชูคอนเซ็ปต์ท้าทายทุกข้อจำกัดชีวิต เน้นการเดินทางไปบนเส้นทางที่ใครก็มองว่าเป็นไปไม่ได้ เราจึงขอทดสอบทุกคุณสมบัติของ Toyota C-HR ที่ว่ามา ในย่านที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยที่ทั้งเล็ก แคบ และมีเส้นทางจราจรชวนงงที่สุดเส้นหนึ่งในกรุงเทพฯ อย่างซอยนานาลัดเลาะไปจนถึงเยาวราช ซึ่งถ้าโบกพี่วินไปจากหัวลำโพงคงง่าย แต่ถ้าขับรถไปเองล่ะ จะยังไงดี
 

งานนี้เลยต้องพึ่งตัวช่วยที่จุมาเต็มใน Toyota C-HR คันนี้ ทั้ง OPS (Operator Service) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง ที่จัดส่งเส้นทางสู่หน้าจอบนรถ ทั้งยังมีบริการจองร้านอาหารให้เสร็จสรรพ รอบคอบจนทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าไปถึงแล้วร้านจะเต็มหรือไม่มีโต๊ะนั่ง ว่าแล้วก็ออกเดินทางไปสู่จุดหมายแรกในซอยวัดปทุมคงคา ณ Aoon Pottery คาเฟ่กึ่งสตูดิโอแฮนด์คราฟท์ ที่ซ่อนตัวอยู่ ณ มุมหนึ่งไม่ไกลจากความขวักไขว่บนถนนเยาวราช
 

เหตุผลที่เราเลือกร้านนี้ก็เพราะอยากสัมผัสบรรยากาศแสนสงบของตัวร้าน ที่ตัดความวุ่นวายของโลกภายนอกออกได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต้อนรับเราเข้าสู่ความรื่นรมย์ของคาเฟ่กึ่งสตูดิโอ ที่มีอาหารอร่อยให้กินและเครื่องดื่มรสชาติดีให้จิบ โดยทุกเมนูเสิร์ฟในภาชนะดินเผาแฮนด์เมด และร้านนี้มีกฎเหล็กคือ ไม่ใช้หลอด ทำให้อเมริกาโน่เย็นรสเข้มกลับนุ่มละมุนลงทันที ในขณะที่เราค่อยๆ ยกแก้วขึ้นบรรจงจิบ ได้ฟีลไปอีกแบบ
 

และแม้เราจะกำลังชิลเพลินๆ ก็ยังคงดึงสติกลับมาที่รถคันเก่งเสมอ อย่างที่หลายคนรู้ว่ามาย่านนี้ต้องพึ่งบริการที่จอดรถซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้ตัวร้าน แต่เราก็หมดกังวลเพราะสามารถเช็คตำแหน่งของรถได้ตลอดเวลาด้วยแอพพลิเคชั่น Find My Car ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและ Apple Watch อีกทั้งยังอุ่นใจด้วยฟังก์ชั่นParking Alert หากรถเกิดถูกสตาร์ทหรือเคลื่อนที่เกิน100เมตรระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Notification ไปที่คุณทันที
 

จากซอยวัดปทุมคงคามุ่งหน้าซอยนานา เป็นเส้นทางที่ต้องฝ่าความจอแจของการจราจรบนถนนเยาวราช ที่มีทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ปาดซ้ายปาดขวาให้ยุ่งไปหมด แต่เราก็ด้อนท์แคร์ เพราะ Toyota C-HR คันนี้มีระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) คอยแจ้งสัญญาณเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาที่เรามองไม่เห็นจากกระจกมองข้าง เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เราระมัดระวังยิ่งขึ้นตอนเปลี่ยนเลน รวมถึงระบบ Dynamic Radar Cruise Control ช่วยควบคุมระยะห่างรถจากรถคันหน้า ปลอดภัยหายห่วง
 

ขณะขับขี่ก็เพลินไปกับ My Toyota Wi-Fi เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตเข้าสู่หน้าจอบนรถได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อม Hotspot ส่วนตัวภายในรถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อพร้อมกันสูงสุดถึง9อุปกรณ์ ไม่มีหลุดจากความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลแม้แต่นาทีเดียว แต่พอได้ที่จอดรถแถบซอยนานาปุ๊บ งานก็เข้าปั๊บ เราจำเป็นต้องส่งอีเมล์แบบด่วนๆ ให้ลูกค้าในนาทีนี้ทันที จึงถือโอกาสลองระบบ My Toyota Wi-Fi บริการอินเตอร์เน็ตกระจายสัญญาณ Wi-Fi ภายในรถยนต์ เชื่อมต่อ Notebook ได้สะดวกราวกับมี Wi-Fi Router ติดตัวไปด้วยทุกที่ ส่งอีเมลเสร็จทันใจภายใน 5 นาที แบบนี้ค่อยชิลกับร้านต่อไปได้แบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
 

103 Bed& Brews เป็นอีกหนึ่งความเก๋บนหัวมุมซอยนานาที่เราต้องมาเช็คอินให้ได้ เพราะนอกจากที่นี่เสิร์ฟกาแฟสไตล์ Cold Brew รสชาติดี กับขายอาหารจานเด็ดที่รวบรวมมาจากร้านดังย่านเยาวราช อาทิ หมูสะเต๊ะห่อใบตองที่เราสั่งมากินเล่นแล้ว บรรยากาศการตกแต่งสไตล์โรงเตี๊ยมร่วมสมัยยังได้ใจเราไปเต็มๆ ทำเอาเราลั่นชัตเตอร์รัวๆ ชนิดที่อัปภาพขึ้นโซเชียลแทบไม่ทัน
 

พิกัดสุดท้ายอยู่ในระยะเดินได้ ห่างไปไม่ถึง 100 ก้าว เราก็มาถึง Wanderlust Coffee and Eatery อีกหนึ่งโฮสเทลและคาเฟ่สุดเท่ ที่ดัดแปลงตึกเก่ามาตกแต่งใหม่ในสไตล์ Modern Industrial Loft ทำให้ใครๆ ก็อยากมาเยือน เพื่อจะได้มาชิมบรันช์ตำรับเมลเบิร์น เข้ากับกาแฟจากโรงคั่วชั้นดีที่ให้รสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร
 

อิ่มท้องอิ่มอารมณ์เป็นที่เรียบร้อยก็ได้เวลากลับบ้าน บอกเลยว่าสาวๆ อย่างเรา มาทางไหน จะให้กลับทางนั้น มันเป็นไปไม่ได้! งานนี้จึงต้องพึ่งระบบ Navigator ที่ช่วยคำนวณเส้นทางจากสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ให้แบบเสร็จสรรพว่าขับกลับบ้านทางไหนถึงจะใกล้และประหยัดเวลาที่สุด และเพราะ Toyota C-HR ช่วยให้การเดินทางสะดวกง่ายดายแบบนี้ ทำให้เราต้องรีบวางแผนทริปต่อไปเร็วๆ แล้วล่ะ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *