.

Tesla Model 3 รุ่นยนต์ไฟฟ้ารุ่นประหยัด เผยราคาขาย 1.16 ล้านบาท



Tesla Model 3 รุ่นยนต์ไฟฟ้ารุ่นประหยัด เผยราคาขาย 1.16 ล้านบาท

 
Tesla Model 3 ใหม่ รถไฟฟ้าระดับเริ่มต้น (Entry Level) หรือพูดง่าย ๆ ว่าราคาจ่ายได้สบายกว่า Tesla Model S ในเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงที่หลายคนรอคอยนั้นได้รับการเผยโฉมรวมถึงรายละเอียดทางเทคนิคอย่างเป็นทางการแล้ว และถึงแม้ Tesla Model 3 ใหม่ จะดูล้ำเข้ากับยุคสมัยแต่ Tesla ก็ขอย้ำแล้วย้ำอีกว่า Tesla Model 3 ไม่ใช่รถรุ่นใหม่ที่ไฮเทคกว่าที่เคยมี หนำซ้ำยังธรรมดา เล็ก เรียบง่าย และด้อยกว่า Tesla Model S ในทุกด้าน เพื่อให้มีราคาจำหน่ายที่ถูกลงเท่านั้น
 

แต่เราเชื่อว่าลูกค้าส่วนใหญ่ก็รับรู้อยู่แล้วว่า Tesla Model 3 นั้นถูกวางตำแหน่งไว้อย่างไร และไม่ว่า Tesla จะย้ำแค่ไหนก็ไม่น่าทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่พลีชีพจองไปแล้วล้มเลิกความตั้งใจที่จะครอบครอง Tesla Model 3 หรือหันไปซื้อ Tesla Model S ได้มากกว่านี้แน่นอน (อย่างน้อยก็ตอนนี้) เพราะจัดว่าเป็นรถไฟฟ้าที่ดูดีและมีความคล้ายกับ Tesla Model S มาก แต่ราคาไม่แพงจนเกินไปนัก (สำหรับรถไฟฟ้าและไม่บวกรายการที่เป็นออปชั่น) โดย Tesla Model 3 ใหม่ จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Standard ราคาเริ่มต้น 35,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.16 ล้านบาท) และ Long Range ราคาเริ่มต้น 44,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.46 ล้านบาท)
 

สำหรับดีไซน์ภายนอกของ Tesla Model 3 เวอร์ชั่นผลิตจริงก็ไม่ต่างไปจากภาพก่อนหน้าที่เห็นกันจนชินตานักซึ่งหลายคนอาจเผลอคิดไปว่าต่างประเทศมีขับกันเกลื่อนแล้วแต่เปล่าเลย เพราะ Tesla Model 3 ปี 2018 ใหม่ ล็อตแรกเพิ่งออกจากสายการผลิตเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ และผู้บริหารรวมถึงพนักงานของ Tesla ก็ได้ไปใช้ก่อน ส่วนฝั่งลูกค้านอกจริง ๆ ส่งมอบไปได้แค่ 30 คัน เมื่อ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากยอดจองจำนวนมหาศาล
 

ขณะที่ Tesla Model 3 ใหม่ จำนวน 100 คัน มีกำหนดส่งมอบได้อีกทีเดือนสิงหาคม และจะเพิ่มเป็น 1,500 คัน ในเดือนกันยายน ทั้งนี้หลังจากเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป ถึงจะผลิตได้เต็มกำลังสูงสุดที่ทำได้ อยู่ที่ประมาณ 5,000 คัน/สัปดาห์ ส่วนมิติตัวถังของ Tesla Model 3 ใหม่ นั้นก็ไม่ได้เล็กมาก เพราะยาว 4,673 มม. กว้างถึง 1,932 มม. (ยังไม่รวมกระจกมองข้างด้วยซ้ำ) สูง 1,442 มม. ฐานล้อยาว 2,875 มม. และหนัก 1,603 กก. ในรุ่นย่อย Standard ส่วนรุ่นย่อย Long Range หนัก 1,730 กก. มีสีตัวถังมีเพียงสีดำเท่านั้นที่ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่หากต้องการสีอื่น เช่น สีเงิน ซิลเวอร์ เมทัลลิก, สีเงิน มิดไนท์ ซิลเวอร์ เมทัลลิก, สีน้ำเงิน ดีพ บลู เมทัลลิก, สีขาวมุก มัลติ-โค๊ต และสีแดง มัลติ-โค๊ต ต้องจ่ายเพิ่ม 1,000 ดอลลาร์ (3.3 หมื่นบาท) เช่นเดียวกับล้ออัลลอยหากขนาดมาตรฐาน 18 นิ้ว ยังเล็กไปต้องการเพิ่มเป็นขนาด 19 นิ้ว ก็จ่ายอีก 1,500 ดอลลาร์ (50,000 บาท)
 

ทางด้านภายในก็ค่อนข้างเรียบง่ายและแผงหน้าปัดมีเพียงจอแสดงผลขนาด 15 นิ้ว ซึ่งใหญ่มากติดตั้งอยู่บริเวณตรงกลางสำหรับแสดงข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถรวมถึงแผนที่และระบบนำทาง กับพวงมาลัยทรง 3 ก้าน โดยรวม ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรที่ดูฟุ่มเฟือยหรือหรูหรามากมายนัก เบาะก็เป็นเบาะผ้า ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาตรฐานมีเพียง ระบบที่รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้ง Wi-Fi และ LTE, กุญแจ Keyless และความคุมระบบปรับอากาศได้ผ่านแอพพลิเคชั่น (บนสมาร์ทโฟน), ระบบการสั่งงานอุปกรณ์ด้วยเสียง, ระบบปรับอากาศแบบ 2 โซน (Dual Zone Climate Control) และกล้องมองหลัง เป็นต้น
 

ส่วนที่เหลือเป็นออปชั่นในพรีเมียมแพ็กเกจ ราคา 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.67 แสนบาท ก็จะได้ ระบบอุ่นเบาะ, แถบประดับลายไม้แบบโชว์ผิว (open pore wood decor), เบาะและแผงประตูหุ้มหนัง, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง, พวงมาลัยและกระจกมองข้างปรับไฟฟ้าที่สามารถบันทึกตำแหน่งของผู้ขับขี่ได้, ระบบเครื่องเสียงพรีเมียมรอบทิศทาง, หลังคากระจกที่กันแสงยูวีและอินฟาเรด, กระจกมองข้างที่ลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ พับไฟฟ้า และทำความร้อนเพื่อละลายหิมะหรือหยดน้ำได้, ไฟตัดหมอกแบบ LED รวมไปถึงคอนโซลกลางที่มีฝาปิดและช่องวางสมาร์ทโฟน
 

Tesla Model 3 ใหม่ จะสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลประมาณ 354 กม. ในรุ่นย่อย Standard และเกือบ 500 กม. ในรุ่นย่อย Long Range ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. นั้นทำได้อยู่ประมาณ 5.1-5.6 วินาที แม้ว่าจะไม่หวือหวาแล้วในยุคนี้แต่ก็ถือว่าเร็วเหลือเฝือ นอกจากนี้ระบบความปลอดภัยมาตรฐานสำหรับ Tesla Model 3 ใหม่ ที่ระบุไว้มีแค่ ถุงลมนิรภัย 8 จุด, ระบบเบรก ABS, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า, ระบบควบคุมการทรงตัว (Electronic stability) รวมถึงระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) เป็นต้น
 

ทั้งนี้หากต้องการระบบขับขี่อัตโนมัติ Autopilot ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 5,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 1.7 แสนบาท ซึ่งช่วยให้ Tesla Model 3 ใหม่ เปลี่ยนช่องทางการจราจรและถอยจอดรถได้อัตโนมัติ (แบบ Tesla Model S) รวมไปถึงสามารถดาวน์โหลดความสามารถใหม่ ๆ ได้อีกในอนาคต นอกจากนี้ Tesla ยังยืนยันว่า Tesla Model 3 ใหม่ จะรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบได้ แต่อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดประมาณ 3,000 ดอลลาร์ หรือราว 1 แสนบาท
 

ข่าวร้ายนิด ๆ ก็คือหาก Tesla Model 3 ใหม่ ใส่ออปชั่นมาเต็มพิกัดก็จะไม่ได้เป็นรถไฟฟ้าที่ถูกนัก และที่ร้ายยิ่งกว่าคือ Tesla Model 3 รุ่นพวงมาลัยขวาจะเริ่มผลิตกันในปีหน้า ใครที่ยังแอบหวังว่าจะได้มีโอกาสสัมผัสก็คงต้องนอนรอกันไปยาว ๆ เพราะขนาดพวงมาลัยซ้ายถ้าจองตอนนี้ยังต้องรอขั้นต่ำ 1 ปีเลยทีเดียวครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *