.

Subaru Forester 2019 เดินสายการผลิตจำหน่ายในประเทศไทย



Subaru Forester 2019 เดินสายการผลิตจำหน่ายในประเทศไทย

 
วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา มอเตอร์ อิมเมจ ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุในทวีปเอเชีย 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงค์โปร์, เวียดนาม, และจีนทางตอนใต้-ฮ่องกง-ไต้หวัน ได้ทำการเปิดตัว Subaru Forester ใหม่ สำหรับทั้ง 8 ประเทศที่กล่าวมา แตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นด้านการตกแต่งและสีภายในห้องโดยสารกับเครื่องยนต์
 

Subaru Forester ใหม่ เวอร์ชั่นจำหน่ายไทย
รูปโฉมภายนอกที่ไม่ต่างจากอเมริกาและญี่ปุ่น ภายนอกอุปกรณ์จะต่างกันเพียงชุดโคมไฟหน้าที่เลือกให้ ฮาโลเจน หรือ LED ล้อแม็กซ์สองขนาด 17 และ 18 นิ้วลายต่างกัน สุดท้ายคือรุ่นท็อปใส่ซันรูฟไฟฟ้า
 
ภายในใช้สีดำ เดินตะเข็บสีขาว ห้องโดยสารโปร่งขึ้นเพราะเปลี่ยนเบรกมือเป็นไฟฟ้า เบาะโดยสาร 5 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวสองสามารถพับได้เรียบ แยกพับได้แบบ 60:40 มีแอร์สำหรับที่นั่งตอนหลัง
 
แผงหน้าปัดแบบเข็มไมล์บอกรอบเครื่องยนต์และความเร็ว ตรงกลางเป็นจอ TFT บอกรายละเอียดเกี่ยวกับเพิ่มเติม ที่คอนโซลหน้ามีชุดจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ระบุขนาดหน้าจอไว้
 
ความน่าสนใจคือจอด้านคอนคอนโซลบอกอุณหภูมิภายนอกรถ อุณหภูมิภายในรถ และรายละเอียดด้านการส่งกำลังไปที่ล้อ ฟีเจอร์ไจโรสโคปที่บอกองศาการเอียงของรถสำหรับสายลุย
 

Subaru Forester ใหม่ วาง 4 จุดขายหลัก
– ซูบารุโกลบอลแพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform)
– ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive)
– เครื่องยนต์แบบ Boxer
– เทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Driver Assist
 
คอนเซ็ปต์การพัฒนารถคือเรื่องการผจญภัย จึงสร้างรถมีขีดจำกัดในการลุยเข้าป่าหรือเส้นทางที่หฤโหดได้มากที่สุด และตอบโจทย์ของนักผจญภัยที่ต้องการห้องโดยสารที่กว้างเพื่อขนอุปกรณ์ และความปลอดภัยของรถ
 

Subaru Global Platform
โครงสร้างของรถแบบใหม่ช่วยให้ห้องโดยสารกว้างขวาง อเนกประสงค์ แรงสั่นสะเทือนสู่ในห้องโดยสารน้อยลง มีความเงียบมากขึ้น
 
สรุปมิติรถโดยรวมตัวรถมีความกว้างเพิ่ม 20 มม. เป็น 1815 (เดิม 1795 มม.) ความยาวเพิ่มขึ้น 15 มม. เป็น 4625 มม. (เดิม 4610 มม.) แต่ลดระยะแฮงก์โอเวอร์ด้านหน้า 10 มม. และกันชนหลัง 5 มม.
 
ส่งผลให้พื้นที่โดยสารทั้งหน้าและหลังเพิ่มขึ้นกว่า 30 มม. นอกจากนี้ยังเคลมเรื่องให้ทัศนะวิสัยการขับที่ดีอันดับต้น ๆ ในกลุ่ม รวมถึงประตูท้ายที่กว้าง 1,300 มม. พร้อมเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
 
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive)
ขีดจำกัดมากขึ้นกับระบบกระจายแรงบิด (Active torque vectoring) หลักการทำงานคือ รถจับได้ว่ามีการเข้าโค้งที่ลึกหรือใช้ความเร็ว จะสั่งการเบรกกับล้อด้านใน กระจายแรงบิดไปยังล้อด้านนอก ให้การควบคุมรถได้ดี
 

ฟังก์ชั่น X-MODE แค่เพียงกดปุ่มระบบจะพร้อมทุกอย่างเพื่อลุยอุปสรรค ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และเซ็นเซอร์ในจุดต่าง ๆ ได้ที่สวิตช์แบบหมุนใช้ X-MODE พร้อม Traction Control System หรือ X-MODE แต่ปิด Traction Control System ตามแต่สภาพถนน
 
เครื่องยนต์แบบ Boxer แบบ 2.0 เหมือนเดิมแต่มีปรับปรุงทั้งเครื่องและเกียร์
ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน Boxer ระบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 156 แรงม้า ที่ 6,000 ต่อนาที แรงบิด 196 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที (เทียบกับรุ่นก่อนกำลังเพิ่ม 5 แรงม้าส่วนแรงบิดตกลงไป 2 นิวตันเมตร) ส่งกำลังด้วย Lineartronic CVT 7 สปีด มีการปรับแต่งฮาร์ดแวร์ภายในของชุดเกียร์หลายจุด สามารถใช้ Manual Mode ผ่าน Paddle Shift
 

เทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Driver Assist ประกอบไปด้วย
– ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน (pre-collision braking)
– ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน (pre-collision throttle management)
– ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ (adaptive cruise control)
– ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ (lead vehicle start alert)
– ระบบเตือนเมื่อออกจากเลนและเมื่อขับรถส่าย (lane departure and lane sway warning)
– ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold)
– ระบบตรวจจับยานพานะด้านหลัง (SVRD) จะแจ้งเตือนคนขับด้วยฟังก์ชั่นหลัก 3 อย่าง ได้แก่ การแจ้งเตือนในจุดบอด,การช่วยเปลี่ยนเลน และแจ้งเตือนเมื่อการจราจรข้างหลังเคลื่อนที่
 
Subaru Forester ใหม่ มีให้เลือก 4 รุ่น
– Subaru Forester 2.0 i-L
– Subaru Forester 2.0 i-L EyeSight
– Subaru Forester 2.0 i-S
– Subaru Forester 2.0 i-S EyeSight
 
Subaru Forester ใหม่ ให้เลือก 4 สี
– สีน้ำตาล Sepia Bronze Metallic
– สีเงิน Ice Silver Metallic
– สีน้ำเงิน Horizon Blue Pearl
– สีเขียว Jasper Green Metallic
 

Subaru Forester ใหม่ จะผลิตที่โรงงาน TCMA ในลาดกระบัง
เริ่มเดินสายผลิตและส่งมอบทันทีในเดือนมีนาคม โรงงานวางกำลังการผลิต 15,000 คันต่อปี ขีดจำกัดสุดได้ที่ 50,000 คันต่อปี หากเพิ่มกะอีกรอบสามารถรีดกำลังผลิตสูงถึง 100,000 คันต่อปี โดยให้โรงงานที่มาเลเซียให้หน้าที่ผลิต Subaru XV เพียงอย่างเดียว
 
ทั้งหมดก็เป็นไปตามแผนในช่วงแรก ผลิตไม่เต็มกำลังเพราะดูเรื่องการเทรนนิ่งคนและตรวจสอบคุณภาพของงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้ก่อน อนาคตถึงจะเดินหน้าขยายส่วนต่อไป
 
พร้อมให้จองในงาน Motor Expo ส่งมอบช่วงมีนาคมปีหน้า
เรื่องราคายังอุบไว้และไม่ฟันธงว่าเปิดราคาในงาน Motor Expo แต่เปิดตัวชัวร์ จากข้อมูลในการถาม-ตอบ เดิมเริ่มล้านสามปลาย ๆ อาจจะลดลงเพียงนิดเดียว เพราะปรกติไทยนำเข้าจากมาเลเซียปัญหาเรื่องกำแพงภาษีจึงไม่มี ลดจริง ๆ คือเรื่องค่าขนส่ง วางเป้ายอดขายที่ 500 คันต่อเดือน




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *