.

ค้ำโช๊ค จะทำให้รถหนึบขึ้น เข้าโค้งดีขึ้น จริงหรือไม่?



ค้ำโช๊ค จะทำให้รถหนึบขึ้น เข้าโค้งดีขึ้น จริงหรือไม่?

 
หลายคนเกิดคำถามว่าใส่ “ค้ำโช๊ค” แล้วจะทำให้รถหนึบขึ้น เข้าโค้งดีขึ้นจริงหรือไม่ ก่อนเราจะติดตั้งใส่รถลองมาดูก่อนว่า ค้ำโช๊คมีลักษณะการทำงานอย่างไรบ้าง คุ้มค่าหรือไม่กับเงินที่เสียไป ซึ่งแน่นอนว่าการแต่งรถย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย คุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่าจะติดตั้งหรือไม่ ลองศึกษาข้อมูลได้ดังนี้
 

ค้ำโช๊ค (Strut Bar) มีลักษระเป็นแกนกลาง ยึดระหว่างหัวเบ้าโช๊คทั้งสองด้านของตัวถังรถยนต์ หรือค้ำยันกับตัวถังรถส่วนใดส่วนหนึ่ง จุดประสงค์ทำขึ้นเพื่อลดอาการบิดตัวของตัวถังรถ ทั้งในขณะเลี้ยวโค้งแรงๆหรือเกิดการสั่นสะเทือน ซึ่งหน้าที่ของค้ำโช๊ค คือ ทำให้ตัวถังรถไม่เกิดการบิดตัว ดังที่เห็นได้จากรถแข่งมักติด ค้ำโช๊ค, โรลบาร์ เพื่อสร้างความแข็งแรงของตัวถังรถ และรองรับการใช้งานที่หนักขึ้น
 
“หากรถคุณใช้งานปกติไม่ได้แต่งเครื่องยนต์แรงๆ หรือเซ็ตช่วงล่างมาดีแล้วการติดตั้ง “ค้ำโช๊ค” ก็ไม่จำเป็นแต่ถ้าต้องการความสวยงามหรือเพิ่มความนิ่งของตัวรถสักหน่อยใครจะ ใส่ค้ำโช๊คก็ไม่ว่ากัน แต่อยากให้ซื้อของแท้มาใช้งานเพื่อได้ประสิทธิภาพเต็มที่”
 
ข้อดี การติดตั้ง “ค้ำโช๊ค” หากขับรถตกหลุมค้ำโช๊คจะช่วยกระจายแรงกระแทกจากโช๊คอัพได้ดีขึ้น และช่วยลดการบิดตัวของตัวถังรถทำให้การเข้าโค้งรู้สึกนิ่งมากขึ้น
 
ข้อเสีย การติดตั้ง “ค้ำโช๊ค” ทำให้รถเกิดความกระด้าง เพราะค้ำโช๊คจะทำให้การบิดตัวของตัวถังรถน้อยลง และการติดตั้ง “ค้ำโช๊ค” จะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นขึ้นอยู่กับวัสดุและยี่ห้อที่ คุณเลือก
 
วัสดุ “ค้ำโช๊ค” มี 4 ชนิดที่นิยม
1. วัสดุเหล็ก มีราคาถูกที่สุด แต่มีความกระด้างมาก และเกิดสนิมง่าย
2. วัสดุสแตนเลส มีราคาเพิ่มขึ้นจากเหล็ก ไม่เป็นสนิม มีความสวยงาม
3. วัสดุอลูมิเนียม มีราคาค่อนข้างแพง ความกระด้างน้อยยืดหยุ่นสูง และมีความแข็งแรง
4. วัสดุไทเทเนียม หรือคาบอนเคฟล่า มีราคาแพงที่สุด มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง
 
การติดค้ำโช๊คไม่ว่าจะแบบไหน ผลลัพธ์ที่ได้วัดเป็นตัวเลขได้ยาก ส่วนใหญ่ตัดสินกันที่ความรู้สึกฟิลลิ่งในขณะขับขี่ซะมากกว่า แต่คนที่ติดตั้งส่วนใหญ่จะบอกว่าดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย อาจเป็นเพราะรถที่ติดตั้งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งานหนักเหมือนรถแข่ง ทำให้ได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ แต่สำหรับรถแข่งแล้วได้ประโยชน์แน่นอน ไม่งั้นช่างแต่งรถทั่วโลกคงไม่ติดให้หนักรถเป็นแน่




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *