.

SpaceX ส่งรถสปอร์ต Tesla Roadster ขึ้นสู่อวกาศเพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษ



SpaceX ส่งรถสปอร์ต Tesla Roadster ขึ้นสู่อวกาศเพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษ

 
เราไม่เถียงว่าไปรษณีย์ไทยนั้นเจ๋งแค่ไหนแม้ที่อยู่ผิดหรือไม่ครบก็ยังสามารถส่งพัสดุให้ถึงมือผู้รับได้ แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณคิดจะส่งของขึ้นไปบนอวกาศแล้วล่ะก็เราขอแนะนำให้ใช้บริการ SpaceX ของอีลอน มัสก์ จะประทับใจกว่าด้วยจรวดขนส่ง Falcon Heavy ลำใหม่ล่าสุดของ SpaceX ที่โชว์เหนือด้วยการส่งรถสปอร์ตอย่าง Tesla Roadster ขึ้นไปสู่วงโคจรในอวกาศได้สำเร็จ ซึ่งงานนี้เรียกความสนใจได้ดีทีเดียว

Falcon Heavy Animation By SpaceX

 
อันที่จริง SpaceX มีจรวด Falcon ที่ใช้สำหรับการขนส่งมาแล้วหลายเวอร์ชั่น แต่ Falcon Heavy ลำใหม่นั้นทรงพลังมากที่สุดในโลกด้วยแรงขับมหาศาลถึง 86 ตัน ซึ่งช่วยให้ Falcon Heavy สามารถขนคน อาหาร สิ่งของ ยานอวกาศ หรืออื่น ๆ จากโลกไปสู่วงโคจรในอวกาศ เช่น สถานีอวกาศ ได้ครั้งละมาก ๆ ด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึงเกือบ 70 ตัน
 

ทั้งนี้การที่จรวดขนส่งสามารถบรรทุกสิ่งของได้เยอะขึ้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งในอวกาศอย่างมาก เพราะการส่งจรวดขึ้นไปแต่ละครั้งต้องใช้เงินนับพันล้านดอลลาร์ และการที่อีลอน มัสก์ ส่ง Tesla Roadster ขึ้นไปสู่วงโคจรในอวกาศก็คล้ายกับการทำโชว์ (โฆษณา) ให้ดูน่าสนใจ ตื่นตา มากกว่าครั้งไหน ๆ เพื่ออวดศักยภาพอันสุดยอดของ Falcon Heavy ว่าทำหน้าที่จรวดขนส่งได้ดีเพียงใด และถ้าคิดจะส่งของไปนอกโลกครั้งใดอย่าลืมใช้บริการของเรา
 

โดยในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ รถ Tesla Roadster พร้อมกับหุ่นดัมมี่ Starman ถูกส่งขึ้นไปสู่วงโคจรในอวกาศด้วยจรวดขนส่ง Falcon Heavy ลำใหม่ของ SpaceX จากฐานปล่อยจรวดของศูนย์อวกาศเคเนดี (Kennedy Space Center) ซึ่งตั้งอยู่ที่แหลมคะแนเวอรัล ในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแม้มีบางอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์นัก
 

ซึ่งรถ Tesla Roadster และ Starman ผู้ไม่แคร์โลก (เพราะเป็นหุ่น) จะอยู่ในกระเปาะ (ท่อนบน) ส่วนหัวของจรวด Falcon Heavy ส่วนแท่งตรงกลาง (ท่อนล่าง) จะเป็นเครื่องยนต์หลักและมีบูสเตอร์ขนาบข้างซ้าย-ขวา เพื่อช่วยในการเร่งความเร็วหนีแรงโน้มถ่วงของโลก โดยหลังจากจรวด Falcon Heavy ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากฐานปล่อยจรวด บูสเตอร์ทั้งสองก็ได้ถูกสลัดออกจากลำตัว (เมื่อเชื้อเพลิงหมด) และกลับมาลงจอดที่ฐานปล่อยจรวดที่แหลมคะแนเวอรัลได้สำเร็จ
 

ส่วนเครื่องยนต์ที่เป็นตัวขับดันหลัก (ท่อนล่าง) จะถูกสลัดออกใน Stage 2 และเมื่อ Falcon Heavy เข้าสู่วงโคจรที่เสถียรแล้วการเบิร์นครั้งที่สองจะเริ่มขึ้นเพื่อส่ง Tesla Roadster เข้าไปสู่อีกวงโคจร หลังจากนั้นกระเปาะ (ท่อนบนสุด) ถึงเปิดออกและปล่อย Tesla Roadster ให้ล่องลอยในอวกาศไปอีกนานแสนนาน ซึ่งอาจนานถึงหลายร้อยล้านปีเลยก็ได้
 

อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนจะมีเพียงตัวขับดันหลัก (ท่อนล่าง) ที่ถูกสลัดออกใน Stage 2 นั้น ไม่สามารถกลับลงจอดบนฐานโดรนลอยน้ำกลางมหาสมุทรแอตแลนติกได้อย่างที่ตั้งใจไว้ (SpaceX เคยทำสำเร็จใน Falcon 9) โดยหล่นกระแทกผิวน้ำด้วยความเร็ว 800 กม./ชม. และระเบิดห่างจากฐานโดรนแค่ 100 เมตร เท่านั้น (ถ้าให้ส่วนขับดันหลักกลับไปลงจอดที่ฐานปล่อยในแหลมคะแนเวอรัลเหมือน Booster ต้องใช้เชื้อเพลิงมากกว่า SpaceX เลยให้ลงจอดบนฐานโดรนกลางทะเลแทน) ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับ SpaceX
 

แม้จะมีผิดพลาดบางประการแต่ในแง่การรับรู้เป็นวงกว้าง (กว่าเดิม) ถือว่า SpaceX และ Tesla ประสบความสำเร็จ ซึ่งเรื่องสร้างกระแสนั้นน่าจะเป็นอีกหนึ่งงานที่อีลอน มัสก์ ถนัดมากทีเดียวครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *