.

Royal Enfield Himalayan บิ๊กไบค์สไตล์ทัวริ่ง สำหรับผู้ชื่นชอบผจญภัย



Royal Enfield Himalayan บิ๊กไบค์สไตล์ทัวริ่ง สำหรับผู้ชื่นชอบผจญภัย

 
Royal Enfield Himalayan บิ๊กไบค์ทัวริ่ง วิบากพันธุ์แท้ ยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย พร้อมทำตลาดเป็นรุ่นที่ 4 ของ รอยัล เอนฟิลด์ ประเทศไทย
 

อีกหนึ่งบิ๊กไบค์ทัวริ่ง วิบากพันธุ์แท้กับ Royal Enfield Himalayan (รอยัล เอนฟิลด์ หิมาลายัน ) ที่เตรียมเข้าทำตลาดในประเทศไทย โดยเผยโฉมและให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดที่งาน Motor Show จ่อคิวเปิดราคาจำหน่ายเร็วๆนี้
 
Royal Enfield Himalayan ผลิตบนเฟรมแบบเครเดิลแยกส่วนที่มีความแข็งแกร่งที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยแฮร์ริส เพอร์ฟอร์แมนซ์ ผสมผสานความปราดเปรียวและมั่นคงไว้อย่างลงตัว
 
ระบบกันสะเทือนหลังแบบโช้คอัพเดี่ยวที่แข็งแรงพร้อมก้านต่อที่รองรับการเดินทางไกลยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลไม่ว่าจะอยู่บนพื้นผิวเส้นทางแบบใดก็ตาม ด้วยระยะห่างจากพื้น 220 มม. ทำให้ Royal Enfield Himalayan สามารถข้ามผ่านทุกอุปสรรคได้อย่างสะดวกสบายทั้งในเทือกเขาหิมาลัย โขดหินในแม่น้ำหรือการขับขี่ข้ามลำธาร
 
ขนาดล้อที่ใหญ่ทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างง่ายดายเมื่อขับผ่านหินหรือร่อง รถจักรยานยนต์รุ่นนี้ตอบสนองความต้องการของนักบิดมากประสบการณ์และผู้ที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์เพื่อการแสวงหาเส้นทางใหม่ด้วยการขับขี่จักรยานยนต์เพียงคันเดียว
 

Royal Enfield Himalayan ขับเคลื่อนด้วยแพลทฟอร์มเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีแคมชาฟท์เหนือฝาสูบ เป็นพื้นฐานของเครื่องยนต์ช่วงชักยาวรุ่นใหม่อย่าง เครื่องยนต์ LS410 ให้แรงบิดที่สูง พละกำลังให้ใช้งานที่รอบเครื่องยนต์ต่ำลง สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลด้วยเกียร์สูงที่ความเร็วต่ำ ง่ายต่อการไต่ภูเขาสูงชันหรือควบคุมผ่านจราจรที่หนาแน่น
 
การออกแบบและใช้วัสดุที่ทันสมัยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และต้องการการบำรุงรักษาน้อย เครื่องยนต์รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 10,000 กิโลเมตรก่อนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
 
และด้วยการที่ Royal Enfield Himalayan ถูกพัฒนาให้เป็นทัวริ่งตั้งแต่แรกเริ่ม ถังน้ำมันจึงมีขนาดใหญ๋ 15 ลิตร พารถโลดแล่นไกลประมาณ 450 กิโลเมตร มีจุดแขวนกระเป๋าสัมภาระสำหรับรถทัวริ่ง กระเป๋าทรงอ่อน และถังสำรองถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ
 
มาตรวัดแบบเรียบง่ายแสดงผลความเร็ว ทิศทาง อุณหภูมิแวดล้อม ระยะเวลาเดินทาง กำหนดการบำรุงรักษา และระยะทางขับขี่หลายชุด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การออกแบบตามหลักกลศาสตร์ทั้งที่พักเท้า แฮนเดิลบาร์และความสูงเบาะที่นั่งที่ทำให้ผู้ขับขี่มีท่านั่งหลังตรงที่สะดวกสบายซึ่งจำเป็นสำหรับการขับขี่ทางไกล
 
ความสูงเบาะที่นั่งระดับ 800 มม. ทำให้ใช้งานง่าย และมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงช่วยให้วางเท้าลงบนพื้นได้สะดวกเพื่อการควบคุมที่สมบูรณ์
 

Royal Enfield Himalayan ใช้ยางกึ่งวิบากที่ให้การยึดเกาะที่มั่นใจและสมรรถนะที่เป็นเลิศในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังมีระบบเบรกที่ควบคุมได้ดังใจด้วยดิสก์เบรกขนาด 300 มม. ที่ด้านหน้าและ 240 มม. ที่ด้านหลัง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS Dual Channel ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรก
 
ดีไซน์ของรถโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แต่ไม่คุกคาม แรงบิดที่สม่ำเสมอ ความสูงเบาะที่นั่งที่ใช้งานง่ายและช่วงล่างแบบยาว ตลอดจนความสะดวกสบายในการเป็นเจ้าของทำให้รถจักรยานยนต์รุ่นนี้พรั่งพร้อมด้วยคุณสมบัติเพื่อการใช้แบบอเนกประสงค์อย่างแท้จริง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ทางไกลและการลัดเลี้ยวผ่านป่าคอนกรีตในเมืองใหญ่
 
Royal Enfield Himalayan ผ่านการทดสอบสมรรถนะอย่างหนักหน่วงโดยผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่บนลานบินบรันติงธอร์ปในสหราชอาณาจักรไปจนถึงสนามแข่งศรีเปรัมบูเดอร์ในเมืองเชนไนของอินเดีย ผ่านการทดสอบตั้งแต่การจำลองเส้นทางออฟโรดและถนนในเมืองไปจนถึงการใช้งานจริงในเทือกเขาหิมาลัยเพื่อพิสูจน์สมรรถนะทั้งออนโรดและออฟโรด
 
Royal Enfield Himalayan สีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีเทาดำ Granite และสีขาว Snow ส่วนราคาจำหน่าย ต้องอดใจรอต่อไปก่อนครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *