.

Mazda CX-3 รุ่นปี 2017 โฉมใหม่ ราคาขายเริ่ม 835,000 บาท



Mazda CX-3 รุ่นปี 2017 โฉมใหม่ ราคาขายเริ่ม 835,000 บาท

 
มาสด้าได้เปิดตัวรถ New Mazda CX-3 Freestyle Crossover รถยนต์ที่ได้รับการพิสูจน์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ให้เป็นรถที่พิชิตรางวัล Thailand Car of the Year ปีนี้มาครอง ซึ่ง New Mazda CX-3 เป็นรถอเนกประสงค์ที่มาพร้อมแนวคิด “เพราะความธรรมดา…ไม่ท้าทาย” ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่แบบ Work Hard, Play Hard มาพร้อม G-Vectoring Control (GVC) ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ ภายใต้เครื่องยนต์อันทรงพลังคลีนดีเซล 1500 ซีซี และเบนซิน 2000 ซีซี อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี SKYACTIV ทั้งคัน เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-ACTIVSENSE ระบบเชื่อมต่อโซเชียลมีเดียกับเทคโนโลยี MZD Connect ในราคาเริ่มต้นที่ 835,000 บาท
 

วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ถือโอกาสเปิดตัวรถครอสโอเวอร์ฟรีสไตล์ขนาดเล็กคันเก่ง Mazda CX-3 ใหม่ ที่ขอฉีกกฎเกณฑ์ของการปรับโฉมด้วยการไม่ปรับโฉมภายนอก แต่เลือกที่จะปรับปรุงและเพิ่มเทคโนโลยีที่อาจมองไม่เห็นเพื่อให้ Mazda CX-3 เป็นรถที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น ย่อยเท่าเดิม แต่ปรับราคาเพิ่มขึ้นเพียง 2 รุ่นย่อยเท่านั้น
 

ด้วยความที่ยังมั่นใจในรูปลักษณ์ของ Mazda CX-3 ดังนั้นการปรับโฉมรุ่นใหม่ ครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องบอกกันตรง ๆ เลยว่าไม่มีการปรับโฉมหรือดีไซน์เปลือกนอกให้เห็น มีเพียงสีตัวถังใหม่ น้ำเงิน อีเทอนอล บลู เฉดเดียวกับ Mazda 3 และ Mazda 2 รุ่นปรับโฉมใหม่ ร่วมกับสีเดิม ได้แก่ สีแดง โซลเรด, สีขาว เซรามิก, สีน้ำตาล ไทเทเนียมแฟลช และสีดำ เจ็ทแบล็ก, สีขาวมุก สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล, และสีเทา เมทิเออร์ เกรย์ ไมก้า
 

นอกจากนี้ในรุ่นสูงสุดทั้งเครื่องยนต์เบนซิน (2.0 SP) และเครื่องยนต์ดีเซล (1.5 XDL) จะได้ไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive LED Headlights) โดยแต่ละส่วนสามารถแยกปรับลำแสงสูง-ต่ำได้ เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่เวลากลางคืนโดยไม่แยงตารถคันหน้าหรือรถที่สวนมา ด้วยกล้องด้านหน้าที่คอยตรวจจับไฟหน้าหรือไฟท้ายและปรับระดับการกระจายของแสงอย่างเหมาะสม
 
เช่นเดียวกับภายใน Mazda CX-3 ใหม่ ก็ปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยแค่ปรับดีไซน์พวงมาลัยใหม่คล้ายกับ Mazda CX-9 ที่แกนกลางขนาดเล็กลง สปอร์ตมากขึ้น จัดเรียงสวิตช์ที่ก้านพวงมาลัยใหม่ให้อยู่ในแถวเดียวกัน มีการอัพเกรดหน้าจอ Active Driving Display เป็นหน้าจอสีที่เพิ่มความสว่างและคมชัดกว่ารุ่นเดิม นอกจากนี้ห้องโดยสารของ Mazda CX-3 ใหม่ ยังเงียบและมีแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์น้อยลงทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล โดยในเครื่องยนต์ดีเซล Mazda ได้นำเทคโนโลยี Natural Sound Frequency Control ซึ่งช่วยลดเสียงน็อกและแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ภายใน 0.1 มิลลิวินาที
 

รวมถึง Natural Sound Smoother ซึ่งเป็นแดมเปอร์ในช่องว่างของสลักลูกสูบเพื่อลดเสียงซึ่งเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของลูกสูบและก้านสูบในห้องเผาไหม้ไปได้ถึง 3.5 กิโลเฮิรตซ์ ส่วน Mazda CX-3 ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ได้มีการปรับยางแท่นแท่นเครื่องตัวที่ 3 เพื่อลดการสั่นสะเทือนซึ่งเกิดขึ้นและจะรู้สึกได้โดยเฉพาะผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้าเมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ 2,500 รอบ/นาที นอกจากนี้ Mazda CX-3 ใหม่ ยังเพิ่มน้ำหนักของพรมปูพื้น เพิ่มวัสดุซับเสียงที่แผงควบคุม-ด้านในขอบประตูท้าย และขยายบริเวณของฉนวนใยแก้วเพื่อดูดซับเสียงใต้พื้นรถ มีการใช้วัสดุที่หนาขึ้นซีลบริเวณเสา C รวมถึงเพิ่มความหนาของกระจกหลังจาก 2.8 มม. เป็น 3.1 มม. เพื่อความเงียบของห้องโดยสาร
 
ทั้งนี้ในเรื่องระบบความปลอดภัย Mazda CX-3 ใหม่ ยังเพิ่มระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support หรือ SBS) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control หรือ MRCC) รวมถึงไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive LED Headlights หรือ ALH) ให้กับชุดเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVESENSE สำหรับรุ่นสูงสุดของทั้งเครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิน (2.0 SP และ 1.5 XDL) อีกด้วย
 

และที่ขาดไม่ได้คือการเพิ่มระบบ G-Vectoring Control หรือ GVC เข้าไปในชุดเทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMIC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะทำงานประสานกันทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องยนต์ SKYACTIV-ENGINE, ระบบส่งกำลัง SKYACTIV-DRIVE, โครงสร้างตัวถัง SKYACTIV-BODY และแชสซี SKYACTIV-CHASSIS เพื่อช่วยในการควบคุมการขับเคลื่อนของตัวรถให้มีเสถียรภาพและมั่นคง โดยระบบ GVC จะทำหน้าที่ปรับแรงบิดจากเครื่องยนต์ที่ถูกส่งไปยังล้อหน้าตามการหมุนของพวงมาลัย เพื่อถ่ายน้ำหนักไปยังล้อต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ มีอาการโคลงตัวน้อยลงและยึดเกาะถนนมากขึ้น
 

ไม่เพียงเท่านี้ Mazda CX-3 ใหม่ ได้รับการปรับแต่งแดมเปอร์หน้า-หลัง, มุมของจุดยึดบูชระบบรองรับ และคุณลักษณะของพวงมาลัยไฟฟ้า (EPAS) ใหม่ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพในการขับขี่และมีความนุ่มนวลไปพร้อมกัน ซึ่งผู้โดยสารจะเดินทางได้อย่างสบายขึ้นขณะเดียวกันผู้ขับขี่ยังรับรู้และมีการตอบสนองของพวงมาลัยได้อย่างแม่นยำเป็นธรรมชาติ
 

Mazda CX-3 ใหม่ ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งสองแบบเหมือนเดิม
เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 204 นิวตันเมตร ที่ 2,800 รอบ/นาที รองรับเชื้อเพลิง E85
เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาดความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิด 270 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,500 รอบ/นาที
 
Mazda CX-3 ใหม่ จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย
– Mazda CX-3 รุ่น 2.0 E (เบนซิน) ราคา 835,000 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)
– Mazda CX-3 รุ่น 2.0 C (เบนซิน) ราคา 910,000 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)
– Mazda CX-3 รุ่น 2.0 S (เบนซิน) ราคา 975,000 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)
– Mazda CX-3 รุ่น 2.0 SP (เบนซิน) ราคา 1,083,000 บาท (เพิ่มขึ้น 38,000 บาท)
– Mazda CX-3 รุ่น 1.5 XDL (ดีเซล) ราคา 1,193,000 บาท (เพิ่มขึ้น 38,000 บาท)
 
แม้ว่า Mazda CX-3 ใหม่ จะไม่ได้ปรับในเรื่องของดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในเท่าไรนัก แต่ในแง่เทคนิคแล้วถือว่าไม่น้อย ซึ่งถ้าอยากสัมผัสว่าดีขึ้นแค่ไหนแนะนำว่าติดต่อขอทดลองขับ Mazda CX-3 ใหม่ ที่โชว์รูม Mazda ทั่วประเทศไปเลยจะดีกว่า เพราะดูด้วยตาคงไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรแน่นอนครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *