.

Mercedes Benz GLC 250d 4MATIC Coupe AMG ใหม่ ราคา 4,090,000 บาท



Mercedes Benz GLC 250d 4MATIC Coupe AMG ใหม่ ราคา 4,090,000 บาท

 
เปิดตัว Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe AMG ใหม่ ราคาเริ่ม 4,090,000 บาท เอสยูวีทรงคูเป้ มี 2 รุ่นย่อยให้เลือก
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-1
วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา เมอร์เซเดส เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตเอสยูวีรุ่นล่าสุด Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe ใหม่ ยนตรกรรมที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์ เอสยูวีและความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกัน
 
นายไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ประเทศไทยกล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รถยนต์ตระกูลเอสยูวี (Sport Utility Vehicle) นับเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีการเปิดตัวรถยนต์กลุ่มเอสยูวีเมื่อปี 2011 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทำการส่งมอบรถยนต์ในกลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 4 ล้านคันทั่วโลก
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-3
ล่าสุดในเดือนสิงหาคม เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดขายรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 56,286 คัน เติบโตขึ้นถึงกว่า 40% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรู เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงได้นำเสนอยนตรกรรม สปอร์ตเอสยูวีรุ่นล่าสุด อย่าง Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe สมาชิกลำดับที่ 7 ในกลุ่มเอสยูวี ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอของรถยนต์กลุ่มนี้ให้ดูหลากหลาย และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
 
Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe ยนตรกรรมที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมโดดเด่นด้วยการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัว
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-2
Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe กับดีไซน์ภายนอก
ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ Diamond Girl ที่เป็นลักษณะเฉพาะของรถยนต์ทรงคูเป้ของเมอร์เซเดส เบนซ์ สัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลาง เสริมไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ที่ไฟจะปรับเลี้ยวตามการควบคุมรถ และไฟ daytime LED fibre-optic เพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ
 
จุดเด่นที่สุดคงเป็นเรื่องของดีไซน์ตัวถังแบบคูเป้ เส้นสายหลังคาและลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียง (เสา C) เกือบจรดฝากระโปรงท้าย เน้นดีไซน์แบบเรียบหรู ล้ำสมัยเสริมโครงสร้างตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างามไปพร้อมกัน ด้านท้ายเพิ่ม
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-4
ด้านท้ายปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ พร้อมด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง), ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว, บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ต โดย GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus จะมาพร้อมกับความพิเศษที่เพิ่มขึ้น ด้วยหลังคาซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-6
Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe กับดีไซน์ภายใน
มาพร้อมจุดเด่นภายในห้องโดยสาร อย่างแดชบอร์ดและคอนโซลกลางที่มีขอบลายเส้นที่ดูไหลลื่น โดยแผงคอนโซลที่มีขนาดใหญ่และถูกออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวนี้ วางทอดตัวยาวจากช่องลมระบบปรับอากาศบริเวณตรงกลางของแผงหน้าปัดลงมาจนถึงพนักวางแขนบริเวณกึ่งกลางระหว่างเบาะที่นั่งของผู้ขับขี่กับผู้โดยสารตอนหน้า
 
ซึ่งเส้นสายบริเวณแผงคอนโซลที่ดูเรียบง่ายแต่เร้าอารมณ์ช่วยให้ห้องโดยสารดู กว้างขวาง เรียบง่าย และล้ำสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถยนต์ทั้ง 2 แบบยังมาพร้อมกับพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ เพื่อเสริมความรู้สึกสปอร์ตให้มากขึ้นโดยรถยนต์รุ่นนี้มีอัตราทดการหมุนพวง มาลัย (องศาการหมุนของล้อหน้าต่อการหมุนพวงมาลัยหนึ่งรอบ) ที่ 15.1 ต่อ 1 (ในขณะที่อัตราทดการหมุนพวงมาลัยของรถยนต์รุ่น GLC นั้นอยู่ที่ 16.1 ต่อ 1) ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-9
ช่วยเสริมความรู้สึกสปอร์ตเมื่อเลือกใช้โหมดของระบบกันสะเทือนแบบ SPORT และ SPORT+, ฟังก์ชัน ECO start/stop, ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ THERMATIC แบบ 2 โซน, เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม บันทึกหน่วยความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3/2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น
 
ระบบมัลติมีเดีย อย่างระบบวิทยุ-ซีดี MB Audio 20, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Bluetooth, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad และระบบรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation for SD-Card navigation) โดย GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ตพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัด ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display)
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-10
โครงสร้างตัวถังของ Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe มาพร้อมกับมิติของตัวรถที่มีขนาดยาวขึ้น เริ่มจากความยาวที่ 4,732 มม. ยาวกว่า The GLC รุ่นตัวถังธรรมดา 76 มม. ความสูงที่ 1,602 มม. สูงน้อยกว่า The GLC รุ่นตัวถังธรรมดา 38 มม. และฐานล้อที่ 2,873 มม. ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับ The GLC พร้อมด้วยพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่กว้างขวางด้วยความจุ 491-1,400 ลิตร ซึ่งนับเป็นความจุที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มเดียวกัน
 
ขนาดห้องโดยสารทั้งตอนหน้าและตอนหลัง ความสูงของประตู พื้นที่ว่างเหนือหัวไหล่ พื้นที่ว่างบริเวณข้อศอก และพื้นที่วางขาของรถยนต์รุ่นนี้ยังคงความกว้างขวางเท่ากับรถยนต์รุ่น The GLC อีกด้วย รวมถึงการออกแบบให้ชุดถ่ายกำลังสำหรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (transfer case) เป็นระบบแยกจากระบบเกียร์ รวมไปถึงการผลิตฝาครอบชุดระบบเกียร์ 9G-TRONIC ที่ผลิตจากแมกนีเซียม ยังช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ลดน้ำหนักตัวรถลงได้ถึง 12 กิโลกรัม
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-8
ความปลอดภัยและเทคโนโลMercedes Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe มาพร้อมกับระบบ Mercedes-Benz Intelligent Drive เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบ การช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เข้าไว้ด้วยกันภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานสอดประสานกัน
– ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system
– โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP)
– ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist
– ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light)
– ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS)
– ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST)
– ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
– เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC)
– ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist)
– ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator)
– ระบบเตือนแรงดันยาง (tyre pressure loss warning system)
– กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง
 
นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบส่งกำลังที่รองรับระบบ Dynamic Select ซึ่งมีโหมดการขับขี่ 5 แบบคือ Eco ที่ช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมัน, Individual ที่สามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, Sport และ Sport+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่มากยิ่งขึ้น
 
mercedes-benz-glc-250d-4matic-coupe-amg-5
The GLC Coupé ทั้ง 2 แบบ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-1,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ แบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ 4MATIC Permanent all-wheel drive อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม.
 
Mercedes Benz GLC 250d 4MATIC Coupe ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
– GLC 250d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 4,090,000 บาท
– GLC 250d 4MATIC Coupé AMG Plus ราคา 4,490,000 บาท
 
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้แล้วที่ผู้จำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *