.

Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe 2018 ใหม่ รุ่นประกอบไทย ราคาลดลงเป็นล้าน



Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe 2018 ใหม่ รุ่นประกอบไทย ราคาลดลงเป็นล้าน

 
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รุกหนักกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงหลังความสำเร็จจากการประกาศแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe รุ่นประกอบในประเทศเป็นครั้งแรก
 

นายไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของแบรนด์รถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Mercedes-AMG ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันความสำเร็จและความมั่นใจของผู้บริโภคต่อแบรนด์ Mercedes-AMG ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับในประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์กลุ่มสมรรถนะสูง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบความสปอร์ตเร้าใจมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดตัวแบรนด์ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ และการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่จะ สานต่อกลยุทธ์ ‘THE BEST’ เพื่อมอบ ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง”
 

“และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง เราจึงได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ให้กับวงการรถยนต์หรู ด้วยการเปิดตัวรถยนต์แบรนด์ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe รุ่นประกอบในประเทศเป็นครั้งแรกของเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับการผลิตรถยนต์ Mercedes-AMG นอกเหนือจากที่ผลิตในโรงงานของเดมเลอร์ เอจี
 

ไฮไลท์สำคัญในการเปิดตัวครั้งนี้ คือการเลือกเปิดตัวที่สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ซึ่งถือเป็นสนามแข่งรถยนต์แห่งแรกของประเทศไทย ที่ตั้งชื่อตามพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ ภาณุเดช ทรงชนะเลิศการแข่งขันครั้งแรก ในรายการ Coupe de Prince Rainier ที่เซอร์กิต เดอโมนาโก (ปัจจุบันคือ โมนาโกกรังด์ปรีซ์)
 

กิจกรรมครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ได้นำเสนอการเปิดตัวรถยนต์ในรูปแบบของ Live streaming หรือการรับ/ส่ง สัญญาณภาพและเสียงบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแบบถ่ายทอดสด ผ่านทุกช่องทางของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ทั้ง Mercedes-Benz Thailand Website (mercedes-benz.co.th), YouTube และ Facebook (Mercedes-Benz Thailand) ซึ่งผู้ชมทุกท่านสามารถรับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานแบบออนไลน์ได้ พร้อมกันกับงานแถลงข่าวที่เกิดขึ้น ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต” นายไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม
 

นายฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ Mercedes-AMG ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าในประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากยอดขายที่เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 44% ซึ่งจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ต้องการสัมผัสรถสปอร์ตแรงม้าสูงจาก แบรนด์ในเครือและกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ชื่นชอบความเร็วและความแรงให้รู้จักรถยนต์ตระกูลนี้ให้ มากขึ้น”
 

“โดยหลังจากการเปิดตัวในวันนี้ จะส่งผลให้ ในปัจจุบัน ทางบริษัทฯ ได้นำเสนอรถยนต์แบรนด์ Mercedes-AMG ทั้งหมด 12 รุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG C 63 S Coupé, Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC, Mercedes-AMG SLC 43, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GT S, Mercedes-AMG GT R, Mercedes-AMG GT C และล่าสุดกับ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe รุ่นประกอบในประเทศไทย ที่มาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ในกลุ่มสปอร์ตสมรรถนะสูงระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย
 

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe รุ่นประกอบประเทศไทย
รถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล 43 ที่แบรนด์ Mercedes-AMG สร้างสรรค์ขึ้นตามหลักปรัชญา “Driving Performance – ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ” ผสมผสานนวัตกรรมของรถสปอร์ตและรถแข่งไว้ได้อย่างลงตัว
 

ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe นักออกแบบ Mercedes-AMG ได้เน้นคุณลักษณะของแบรนด์ การตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยแถบสีแดงทรงวี เพื่อสะท้อนสมรรถนะเครื่องยนต์แบบวี 6 สูบเทอร์โบคู่
 

จุดเด่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อย่างฝากระโปรงหน้าแบบยาว ตัวถังที่กว้างขึ้น ประตูแบบไร้ขอบ กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัวจากตัวถัง ขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง เส้นสายด้านข้างตัวรถที่ยาวลงไปถึงซุ้มล้อหลัง
 

ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมี่ยม 2 ท่อพร้อมตัวแบ่งตรงกลางที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System, ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กระจังหน้า diamond grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ AMG, AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง), ล้ออัลลอยดีไซนสปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19″, ยางรถยนต์แบบ Run-flat
 

ดีไซน์ภายใน พวงมาลัย AMG Performance แบบสปอร์ตท้ายตัด ตกแต่งด้วย DINAMICA microfibre ที่ปรับการทำงานตามระดับความเร็ว ซึ่งมีค่าการแปรผันของการตอบสนองหลายระดับ ช่วยให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างคล่องตัวและเหมาะสมที่สุด โดยพวงมาลัยนี้มีความแม่นยำสูงและตอบสนองต่อการหมุนของผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
 

ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า, วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller, ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester, ตกแต่งภายในด้วยลาย AMG Carbon-fibre และอะลูมิเนียม
 

นวัตกรรมและเทคโนโลยี Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe ใช้ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL แบบสปอร์ตเป็นระบบมาตรฐาน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในทุกย่านความเร็ว พร้อมมอบความสบายให้ทุกคนในห้องโดยสารแม้ขณะเดินทางไกล โดยเพลาหน้าที่ใช้เทคโนโลยี 4-ลิงก์ มีแกนบังคับเลี้ยวที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมข้อต่อรับน้ำหนักบริเวณแกนจับยึดล้อแบบสปริง เพื่อเสริมการยึดถนนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
 

นอกจากนี้ การตั้งค่ามุมแคมเบอร์ของล้อให้เป็นค่าลบ (negative camber) ที่สูงขึ้นทั้งเพลาหน้าและเพลาหลังนั้น ช่วยควบคุมแรงกระทำจากด้านข้างให้เอื้อต่อการขับขี่มากที่สุด ค่าความยืดหยุ่นของเพลาที่ปรับตั้งตามหลักจลนศาสตร์ (elastokinematics) ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและ ความคล่องตัวของรถ อีกทั้งยังช่วยลดอาการเอียงของรถขณะเข้าโค้ง เพิ่มความเร่งของแรงกระทำด้านข้างเสริมการยึดเกาะของรถกับพื้นถนนและช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถในย่านความเร็วสูงได้ดีขึ้น โดยผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าระบบรองรับแรงสะเทือนได้ 3 รูปแบบ คือ Comfort, Sport และ Sport Plus
 

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe มาพร้อมกับระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือก 5 โหมด คือ Eco, Comfort, Sport, Sport Plus และ Individual โดยโหมดการขับขี่แบบ Sport Plus จะสามารถเร้าอารมณ์ของผู้ขับขี่ได้ถึงขีดสุด และยังช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ AMG ได้อย่างแท้จริง ด้วยการทำงานของกลไกที่จะชะลอการทำงานภายในกระบอกสูบขณะที่มีการ เปลี่ยนเกียร์ พร้อมชะลอการทำงานของกลไกการฉีดน้ำมันและการจุดระเบิด ขณะที่ลิ้นปีกผีเสื้อเปิดกว้างที่สุด ซึ่งจะช่วยให้กลไกการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วยิ่งขึ้น
 

สำหรับด้านการลดอัตราการใช้พลังงาน Mercedes-AMG ได้ติดตั้งระบบ ECO start/stop และกลไกพิเศษ sailing ที่ช่วยให้รถเคลื่อนไปข้างหน้าต่อได้ โดยอาศัยระบบคลัทช์จำกัดแรง (overrun mode) ที่จะทำงานในโหมดการขับขี่แบบ ECO เท่านั้น ซึ่งเมื่อผู้ขับขี่ถอนเท้าออกจากคันเร่งขณะรถวิ่งด้วยความเร็วตั้งแต่ 60-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบคลัทช์จะหยุดการตอบสนอง ระบบส่งกำลังจะสั่งการให้เครื่องยนต์และระบบเกียร์หยุดทำงานร่วมกัน โดยระบบไฟฟ้าจะเข้ามาทำงานแทนเพื่อลดรอบเครื่องยนต์จนหยุดนิ่ง ในขณะที่แรงต้านของการเคลื่อนที่จะถูกลดทอนลงจากทั้งแรงอัดและแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ที่เกิดจากการทำงานของระบบคลัทช์จำกัดแรง
 

เครื่องยนต์แบบ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3,000 ซีซี เทอร์โบคู่แบบ Bi-Turbo ของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe เป็นเครื่องยนต์รุ่นหนึ่งในระบบบลูไดเรกท์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์สมรรถนะสูงในประเภทเดียวกัน โดยเครื่องยนต์รุ่นนี้ มาพร้อมกับนวัตกรรมอัจฉริยะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบแรงดันเสริมของกลไกการอัดอากาศเข้าสู่กระบอกสูบ (boost pressure) ที่สามารถปรับแต่งได้ ซึ่งเพิ่มกำลัง แรงบิดของเครื่องยนต์ และความยืดหยุ่นในการทำงานและการตอบสนองให้เป็นไปตามมาตรฐาน AMG
 

นอกจากนี้ Mercedes-AMG ยังเคลือบสารนาโนสไลด์ (NANOSLIDE® coating) ที่เป็นสารหล่อลื่นชนิดเดียวกับกับที่ใช้ในรถฟอร์มูล่าวันของทีม MERCEDES-AMG PETRONAS ไว้ในกระบอกสูบ โดยสารนี้จะช่วยลดการเสียดสีภายในกระบอกสูบ อีกทั้งยังสามารถยึดเกาะกับพื้นผิวของกระบอกสูบได้นานและทนทานต่อการเสียดสีเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อกระบอกสูบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จะส่งผลให้อัตราการใช้พลังงานของรถยนต์ลดลง
 

สำหรับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) นั้น ทีมงานของ Mercedes-AMG สามารถลดเวลาที่ระบบส่งกำลังใช้เพื่อเปลี่ยนระดับของเกียร์ได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ลงได้หลายระดับ ทำให้สามารถใช้เทคนิคเพื่อเพิ่มกำลังให้กับรถเพื่อเร่งเครื่องเป็นระยะสั้นได้เร็วขึ้น
 

ผู้ขับขี่ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบเร้าใจยิ่งขึ้น หากใช้ระบบจำลองการเหยียบคลัทช์แบบ 2 จังหวะ (double-declutching function) ขณะเปลี่ยนเกียร์ลงในโหมด Sport และ Sport Plus พร้อมทั้งยังปรับตั้งค่าการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ใหม่ในโหมดการทำงานของเครื่องยนต์แบบ Eco และ Comfort เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราการเปลี่ยนเกียร์ที่ดีขึ้นอีกด้วย
 

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe ยังมีโหมดการทำงานที่จำลองการทำงานของรถยนต์เกียร์ธรรมดา (Manual Mode) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ได้ด้วยการกดปุ่มที่แผงคอนโซลกลาง โดยโหมดนี้จะส่งผลให้ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์เป็นไปตามที่ผู้ขับเลือกใช้ ซึ่งระบบเกียร์จะคงอยู่ที่ระดับที่ ผู้ขับขี่เลือกโดยไม่ปรับขึ้นแม้ว่ารอบเครื่องยนต์จะมีความเร็วเกินระดับสูงสุดของเกียร์ดังกล่าว
 
ราคาจำหน่ายของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe ที่ 4,140,000 บาท (เดิม 5,190,000 บาท)




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *