.

All New Honda Accord Hybrid 2019 รถยนต์ซีดานขวัญใจลูกค้าหัวก้าวหน้า



All New Honda Accord Hybrid 2019 รถยนต์ซีดานขวัญใจลูกค้าหัวก้าวหน้า

 
Honda Accord ฮอนด้า แอคคอร์ด รถยนต์ที่เคยมีบทบาทมากรุ่นหนึ่งของไทยในยุคที่รถซีดานขนาดกลางเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์และความสะดวกสบายของการเดินทาง สมัยที่ Honda Accord เปิดตัวในไทยครั้งแรกนับว่าเป็นมิติใหม่ของวงการ หรูหรา น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะการตกแต่งภายใน รวมถึงเทคโนโลยีแซงหน้าเจ้าตลาด และรถยุโรปเองก็มีราคาค่อนข้างสูง Honda Accord จึงเริ่มกลายเป็นขวัญใจลูกค้าหัวก้าวหน้านับจากนั้น
 

แต่ปัจจุบันรถยนต์ซีดานขนาดกลางอย่าง Honda Accord และ Toyota Camry รวมถึง Nissan Teana อาจไม่ใช่รถในฝันที่เอื้อมถึงได้ตัวเลือกแรก เพราะกระแสรถ PPV และ SUV ในระดับราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งอรรถประโยชน์มากกว่า ภาพลักษณ์สูสี ตลอดจนถึงลูกค้าบางส่วนก็ขยับไปหารถยนต์ฝั่งยุโรประดับ Entry Level ราคา 2 ล้านบาท ต้น ๆ นี่ยังไม่นับรถซีดานขนาดเล็ก (คอมแพกต์) อย่าง Honda Civic ที่ขยับขึ้นมาแทน Honda Accord ในอดีต สถานการณ์ตอนนี้สำหรับรถยนต์ซีดานขนาดกลางจึงไม่หวานหอมอีกต่อไป
 

นั่นจึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน All-new Honda Accord เจเนอเรชั่นที่ 10 ซึ่ง Honda พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงความสนใจให้กลับมาอยู่กับรถรุ่นนี้ และล่าสุด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะ Honda Accord Hybrid ใหม่ กันถึงจังหวัดกระบี่
 

และนี่คือบทพิสูจน์ของ Honda Accord Hybrid ใหม่ รถซีดานขนาดกลางที่ปัจจุบัน ราคา 1.639-1.799 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องทิ้งห่างจาก Honda Civic ให้ได้มาก สะดวกสบายและขับได้มั่นใจเหนือรถ SUV หรือ PPV มีความใกล้เคียงรถยุโรปในราคาที่ต่ำกว่า รวมถึงคู่เปรียบอย่าง Toyota Camry Hybrid เพื่อให้ Honda Accord Hybrid ใหม่ เป็นรถที่ถูกเลือก
 

Honda Accord Hybrid ปฏิวัติด้านดีไซน์
อย่างที่ทุกคนได้เห็นตั้งแต่ All-new Honda Accord ก่อนเปิดตัว จุดเด่นของโฉมใหม่คือการพลิกคาแรกเตอร์ให้ “สปอร์ต” และ “ท้ายลาด” ตามกระแส ด้วยแนวเส้นหลังคาโค้งที่ระบาดในกลุ่มรถยุโรปพรีเมียม มีการเดินเส้นสายตัวถัง คาดคิ้วโครเมียมช่วยให้รถดูหรูหราและเกิดไดนามิก ตลอดจนการออกแบบให้รถดูแบน-กว้างมากขึ้น นัยว่าประสบความสำเร็จมาแล้วกับ Honda Civic และครองใจกลุ่มเป้าหมายที่อยากได้รถยุโรป เช่น Audi A7 Sportback
 

ส่วนห้องโดยสารของ Honda Accord Hybrid จะได้บรรยากาศ BMW 5 Series (G30) ทดแทน ตั้งแต่การจัดวางคลัสเตอร์แผงอุปกรณ์ จออินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากวางในเบ้าเป็นแบบลอยตัว มาตรวัดครึ่งซ้ายแสดงผลเป็นแบบดิจิทัล ครึ่งขวาเข็มความเร็วเป็นอนาล็อก วัสดุภาพรวมอยู่ในระดับกลาง ๆ แต่พยายามสร้างความพรีเมียมด้วยสกิมสีและการตกแต่ง
 

เบาะคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารตอนหน้า 4 ทิศทาง นั่งได้สบาย ขณะที่ตำแหน่งเบาะด้านหลังก็สบายเช่นกัน แต่เป็นความสบายแบบหลวม ไม่โอบล็อกกระชับลำตัวทั้งส่วนเบาะรองนั่งและพนักพิงหลังมากนัก รวมถึงการใช้แนวหลังคาลาดไม่เป็นปัญหาเรื่องพื้นที่เหนือศีรษะนัก เว้นเสียแต่ผู้โดยสารจะสูงเกิน 180 เซนติเมตร
 

Honda Accord Hybrid และสมรรถนะของขุมพลัง Sport Hybrid i-MMD
เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจของ Honda Accord Hybrid จากการได้ทดลองขับในระยะ 80 กม. ครั้งนี้ด้วยความเร็วเฉลี่ยราว 120 กม./ชม. ตามสภาพการใช้งานจริงบนเส้นทางจาก จ.กระบี่ ไปอำเภอทัปปุด จ.พังงา ซึ่งต้องเร่งแซงช่วงทางสวนเลนหลายครั้ง
 

ระบบ Sport Hybrid i-MMD ของ Honda Accord Hybrid ที่ให้กำลังสูงสุดรวมกันทั้งระบบ 215 แรงม้า แรงบิดจากเครื่องยนต์ 175 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 315 นิวตันเมตร มีการตอบสนองของอัตราเร่งฉับพลัน ทันใจ ส่วนอัตราสิ้นเปลืองจากการทดสอบนี้ที่ขับกันแบบไม่ห่วงประหยัด ยังทำได้ 14-15 กม./ลิตร แม้เครื่องยนต์ 4 กระบอกสูบ จะให้เสียงการทำงานที่หยาบกว่าตามธรรมชาติของวัฏจักร Atkinson เมื่อเทียบกับวัฏจักร Otto ในรถยนต์ปกติทั่วไป แต่ทั้งหมดก็เพื่อให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
 
ซึ่งหากเป็นการใช้งานในเมือง การรักษาความเร็วเพื่อให้ระบบคงอยู่ในโหมด EV ล้วน (ไม่มีโอกาสทดสอบการใช้งานโหมด EV จริงจัง ว่าวิ่งได้ไกลแค่ไหน ก่อนระบบตัดไป “เครื่องยนต์” หรือ “Hybrid”) จะเป็นอะไรที่ช่วยให้ Honda Accord Hybrid ที่เป็น Self-Charging มีอัตราสิ้นเปลืองดียิ่งขึ้นไปได้อีกประมาณหนึ่ง อีกทั้งระบบ Hybrid มีความเสี่ยงน้อยกว่าในหลายด้าน เมื่อเทียบกับ EV ล้วนในตอนนี้ เพราะระบบไฟฟ้าล้วนก็ยังถือเป็นเทคโนโลยีค่อนข้างใหม่
 

Honda Accord Hybrid บุคลิกการขับขี่ที่เป็นสปอร์ตมากขึ้น
ด้วยระบบกันสะเทือนที่เซตมาค่อนข้างสปอร์ต Honda Accord Hybrid ให้ความรู้สึกแน่นกระชับมั่นใจ แม้พวงมาลัยไฟฟ้าจะไม่คมขั้นสุด แต่ที่แน่ ๆ มากกว่ารถ SUV ยกสูง และต่างชัดหากเทียบรถ PPV บุคลิกการขับขี่ของ Honda Accord Hybrid เหนือกว่า ขาดแค่ความอเนกประสงค์แบบ Go Anywhere จำนวนที่นั่ง และการปรับเนื้อที่ให้กับขนาดหรือปริมาณสัมภาระเท่านั้น
 
Honda Accord Hybrid เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย Honda SENSING
Honda SENSING และฟีเจอร์ Honda LaneWatch, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ถือเป็นแต้มต่อที่ Honda Accord Hybrid มีเหนือกว่าตัวเลือกอื่นในระดับเดียวกันรวมถึงรถยุโรประดับ Entry Level โดยในส่วนของเทคโนโลยี Honda SENSING จะประกอบด้วย
– ระบบเตือนการชนและคนเดินถนนพร้อมช่วยเบรก (CMBS)
– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
– ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
– ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC/ LSF)
 

นอกจากนี้ใน Honda Accord Hybrid รุ่น Hybrid Tech ราคา 1.799 ล้านบาท ยังเพิ่มระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง, ระบบเตือนการจราจรขณะถอย, เซนเซอร์กะระยะหน้า-หลัง รวม 4 จุด และระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรกมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งรายการหลังสุด Honda จัดให้มีการทดสอบในรอบนี้โดยเฉพาะ ดูแล้วเหมาะกับสาว ๆ ที่อยากได้ความมั่นใจหรือตัวช่วยเพิ่มขึ้น
 
ส่วนอีกฟังก์ชันที่ใช้งานจริงแล้วไม่เลวเลยคือ Honda Lane Watch แสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ ชัดเจนแทนกระจกมองข้างด้านซ้ายได้อย่างชัดเจน Practical มาก หลายคนที่เคยใช้อยู่แล้วน่าจะรู้สึกเช่นกัน
 

Honda Accord Hybrid กับราคาวัดใจ
Honda Accord Hybrid ใหม่ จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่
– HYBRID TECH ราคา 1,799,000 บาท
– HYBRID ราคา 1,639,000 บาท
 
ขณะที่ตัวเลือกหลักให้เปรียบเทียบคงหนีไม่พ้น Toyota Camry ซึ่งก็มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่
– 2.5HV Premium ราคา 1,799,000 บาท
– 2.5HV ราคา 1,639,000 บาท
 
คงไม่ใช่ความบังเอิญแน่ที่รถซีดานขนาดกลางแบบ Hybrid ทั้ง 2 รุ่นนี้ จะมีราคาเท่ากันพอดิบพอดี ความต่างหลักคงอยู่ที่ดีไซน์ภายนอก-ภายในและวัดกันที่อุปกรณ์มาตรฐานว่าต้องการฟีเจอร์ไหนเป็นหลัก เพราะแต่ละรุ่นมีบางอย่างขณะที่อีกรุ่นไม่มีเป็นตัวให้ตัดสิน
 
สุดท้ายแล้ว Honda Accord Hybrid เหมาะกับใคร ก็น่าจะสำหรับทุกคนที่ยังต้องการรถซีดานขนาดกลางสไตลิ่งคล้ายรถยุโรปในงบที่ประหยัดกว่าและใช้งานได้อย่างไม่จุกจิกตามสไตล์รถญี่ปุ่น ภาพลักษณ์เหนือกว่า Honda Civic แต่ขับได้สปอร์ต มั่นใจ เดินทางสบาย อุปกรณ์ความปลอดภัยทันสมัย ประหยัดเชื้อเพลิง ภายในกว้างขวางเพียงพอสำหรับครอบครัวที่ไม่ได้ต้องการความอเนกประสงค์ขนาด SUV หรือ PPV โดยรวมแล้วก็เป็นทางเลือกที่ไม่ควรรีบมองข้ามครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *