.

รีวิว Ford Ranger และ Mazda BT-50 PRO ใหม่ เปรียบเทียบสเปค คันไหนน่าซื้อกว่ากัน?



รีวิว Ford Ranger และ Mazda BT-50 PRO ใหม่ เปรียบเทียบสเปค คันไหนน่าซื้อกว่ากัน?

 
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ต่างก็มีรถกระบะเปิดตัวโมเดลหลายต่อหลายรุ่น ซึ่งแต่ละค่ายก็พยายามดึงจุดเด่นของตัวเองออกมาเกทับคู่แข่งให้ได้มากที่สุด จึงทำให้ตลาดรถกระบะในบ้านเราปีนี้ถือว่าคึกคักเป็นพิเศษ
 
ford-ranger-mazda-bt-50-pro-1
แต่สำหรับ ‘Ford Ranger’ และ ‘Mazda BT-50 PRO’ นั้น ทั้งคู่ก็เพิ่งเปิดตัวโฉมใหม่ไปได้เพียงไม่นาน แต่ก็เป็นเพียงการไมเนอร์เชนจ์หรือการปรับโฉมย่อยเท่านั้น ต่างกับค่ายอื่นๆ ที่ปล่อยโมเดลใหม่กันไปเกือบหมดแล้ว
 
วันนี้เราจึงมาชี้ให้เห็นกันไปเลยว่า โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ของทั้ง ‘Ford Ranger’ และ’Mazda BT-50 PRO’ นั้น จะมีอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง? โดยเรานำเอารุ่นท็อปสุดของทั้ง 2 ค่ายมาให้ดูกัน นั่นก็คือ ‘Ford Ranger 3.2L Wildtrak 4×4 6AT’ และ ‘Mazda BT-50 3.2 R 6AT’ ครับ
 
ford-ranger-mazda-bt-50-pro-2
Ford Ranger 3.2L Wildtrak 4×4 6AT
Ranger 3.2L Wildtrak 4×4 6AT ถือเป็นรุ่นท็อปสุดที่มีจำหน่ายในตลาดบ้านเรา มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบแถวเรียง 20 วาล์ว VG เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ 3.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า (PS) ที่ 3,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที มีอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม ได้แก่
 
อุปกรณ์ภายนอก
Ford Ranger 3.2L Wildtrak ทั้งโฉมเก่า-ใหม่ ติดตั้งไฟหน้าแบบฮาโลเจน, ไฟตัดหมอกหน้า, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, บันไดข้าง, สปอร์ตบาร์, ราวหลังคา, ราวเสริมขอบกระบะท้าย, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับพับด้วยไฟฟ้า, ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ เป็นต้น
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้
– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์
– ไฟส่องสว่างกระบะท้าย
 
ford-ranger-mazda-bt-50-pro-3
อุปกรณ์ภายใน
Ford Ranger 3.2L Wildtrak ทั้งโฉมเก่า-ใหม่ มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานมากมาย เช่น ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, กุญแจรีโมทแบบพับได้, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone, เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง, คอนโซลทำความเย็นได้ เป็นต้น
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้
– แผงหน้าปัดแบบหน้าจอคู่ Dual TFT
– พวงมาลัยไฟฟ้า EPAS
– ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร เปลี่ยนสีได้ 7 โทนสี
– ช่องจ่ายไฟ 230 โวลต์
– ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ จำนวน 2 จุด
– ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ บนพื้นปูกระบะท้าย
– ระบบกุญแจ MyKey
 
ระบบเครื่องเสียง
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้
– เครื่องเสียงหน้าจอสีแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ CD/MP3 1 แผ่น
– ระบบ Wi-Fi Hotspot
– ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 2
– พอร์ต USB จำนวน 2 ช่อง
 
ระบบความปลอดภัย
Ford Ranger 3.2L Wildtrak ทั้งโฉมเก่า-ใหม่ ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP และป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบเบรก ABS/EBD, สัญญาณเตือนกะระยะหลัง, กล้องมองหลัง (แสดงภาพบนกระจกมองหลัง) เป็นต้น
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้
– ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงเขา
– ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง
– ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ
– สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า
 
ford-ranger-mazda-bt-50-pro-4
Mazda BT-50 3.2 R 6AT
Mazda BT-50 3.2 R 6AT ยังคงติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ VN Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ 3.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า (PS) ที่ 3,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม ได้แก่
 
อุปกรณ์ภายนอก
Mazda BT-50 3.2 R ทั้งโฉมเก่า-ใหม่ ติดตั้งไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ฮาโลเจน, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง, กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า, บันไดข้างอลูมิเนียม เป็นต้น
 
ford-ranger-mazda-bt-50-pro-5
อุปกรณ์ภายใน
ทั้งโฉมเก่า-ใหม่ ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายใน เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, เบาะนั่งผู้ขับปรับได้ 4 ทิศทาง, พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับสูง-ต่ำได้, จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID, จอแสดงฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ MFD, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย, ระบบปรับอากาศแบบหมุน เป็นต้น
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้
– ที่วางแขนผู้โดยสารด้านหลังแบบพับได้ พร้อมที่วางแก้ว
– กล้องมองหลังบริเวณกระจกมองหลัง
 
ford-ranger-mazda-bt-50-pro-6
ระบบเครื่องเสียง
ระบบเครื่องเสียงใน Mazda BT-50 3.2 R ยังคงยกชุดมาจากรุ่นเดิม รองรับ CD/MP3 ได้ 1 แผ่น มาพร้อมพอร์ต AUX, USB รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth, ระบบสั่งงานด้วยเสียง
 
ระบบความปลอดภัย
Mazda BT-50 3.2 R ทั้งรุ่นเก่า-ใหม่ ติดตั้งระบบความปลอดภัยมาอย่างครับครัน ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมการทรงตัว DSC, ระบบป้องกันการลื่นไถล TCS, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาด HLA, ระบบช่วยการทรงตัวขณะลากจูง TSA, ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ ROM เป็นต้น
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้
– ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
– ม่านถุงลมนิรภัย
– กล้องมองหลัง
 
สำหรับ Ford Ranger เองแล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียงการปรับโฉมย่อย แต่ก็ได้รับการปรับโฉมภายนอกสดใหม่ขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ภายในก็ติดตั้งฟังก์ชั่นใหม่ๆ อย่างหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ช่องจ่ายไฟ 230 โวลต์ พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 2 ของฟอร์ดเอง ซึ่งเหล่านี้ก็น่าจะถูกใจแฟนๆ ผู้ชื่นชอบฟอร์ดอยู่ไม่น้อย
 
แต่สำหรับ Mazda BT-50 PRO นั้น นอกเหนือจากการปรับโฉมภายนอก (ที่ดูไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก) อุปกรณ์ภายในส่วนใหญ่ก็ยังคงยกชุดมาจากรุ่นเดิมด้วย เท่าที่เห็นชัดๆ ก็คงจะเป็นกล้องมองหลังบริเวณกระจกมองหลังเท่านั้น เชื่อว่าหลายคนคงผิดหวังจากที่คิดเอาไว้ แต่ก็แลกมาด้วยค่าตัวที่ถูกกว่าเพียง 1 ล้านเศษๆเท่านั้น
 
ราคาจำหน่าย
– Ford Ranger 3.2L Wildtrak ราคา 1,139,000 บาท
– Mazda BT-50 Pro 3.2 R ราคา 1,016,000 บาท




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *