.

รีวิว BMW Series 4 ใหม่ ทั้งตัวถังคูเป้และเปิดประทุน



รีวิว BMW Series 4 ใหม่ ทั้งตัวถังคูเป้และเปิดประทุน

 
ย้อนกลับไปครั้งแรกที่เราได้ยลโฉมเต็มๆของ BMW Series 4 ใหม่ ในงาน PERFORMANCE MOTORS XPO ที่นายธเนศร์ เพิ่มวุฒิวรนันท์ Head of Operation เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้กล่าวไว้ในงาน ช่วงหนึ่งว่า ปรกติแล้วงานใหญ่ของ BMW ปีหนึ่งมีอยู่ประมาณ 3 งานคือใน Motor Show ไตรมาสแรกขอปี, BMW Xpo ช่วงไตรมาส 3 ของปี และงาน Motor Expo ในช่วงไตรมาสสี่ของปี
 

จะเห็นได้ว่าช่วงไตรมาสสาม BMW ยังว่างอยู่ซึ่งอยากจะจัดทุกปีในเดือนมิถุนายน เพิ่งเริ่มปีแรกก็เลื่อนมาเดือนนึง เป็นเดือนกรกฎาคม นั้นก็เพราะรอการมาของ BMW Series 4 ที่เราเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะสัมผัสได้ถึงการรอคอย แม้แต่ดีลเลอร์รายใหญ่ ก็ยังสนใจการมาและยอมเลื่อนการจัดงานเพื่อ “BMW Series 4” ที่เปิดตัว 2 ตัวถังคือ BMW 430i Coupe M Sport และ BMW 430i Convertible M Sport
 
คล้อยหลังเพียงไม่กี่วัน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็แจ้งหมายงาน ชวนทดสอบ รถยนต์ BMW Series 4 จะจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม แต่นั้นยังแค่น้ำจิ้ม เพราะมีการให้ข้อมูลมาด้วยว่าจะให้สื่อมวลชนได้ทดสอบ BMW M4 Coupe ดีกรีความแรงแบบซูเปอร์คาร์
 

โดยในทริปนี้จะได้ทดสอบ 2 รูปแบบ คือการวิ่งบนถนนใช้ในชีวิตประจำวันกับ BMW 430i Convertible M Sport และ BMW 430i Convertible M Sport เพื่อไปยังจุดหมาย สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา ที่จะมี BMW Series 4 ทั้งสองตัวถังครบทุกไลน์อัพ Luxury, M Sport เพราะมีการเซตช่วงล่างที่ต่างกันที่ชัดมากเมื่อได้วิ่งลงสนาม สุดท้ายกับไฮไลต์ของทริป BMW M4 Coupe
 

“4 MEANS MORE.”
นี่คือสโลแกนที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ใช้สื่อสาร ตอนแรกผู้เขียนเองก็คิดว่านำแพลตฟอร์ตจาก BMW Series 3 มาปรับตัวถังเป็นคู้เป้ แค่นั้นจบ !
 
แต่เปล่าเลยมันมีอะไรที่มากกว่านั้น ด้วยการที่ BMW Series 4 เป็นตัวถังคู้เป้ จึงปลดพันธด้านการออกแบบ สามารถออกแบบให้คนขับอยู่ใกล้กึ่งกลางของรถมากที่สุด แค่นั้นยังไม่พอจุดศูนย์ถ่วงของรถก็ต่ำสุดในรถ BMW ทั้งหมด รวมไปถึงการออกแบบให้รถกระจายน้ำหนักได้ 50/50 ที่ล้อหน้าและหลัง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสนองความสปอร์ตและการควบคุมรถ
 
โดยส่วนตัวผู้เขียน สัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย แต่ยากทางด้านวิศวกรรม การออกแบบด้านดีไซน์ ความสวยงาม ที่ผสานออกมาจนเป็นสปอร์ตคาร์แท้ ๆ อย่าง BMW Series 4
 
บนเส้นทางมอเตอร์เวย์ไปสนามพีระเซอร์กิต กับ BMW 430i Coupe M Sport และ BMW 430i Convertible M Sport
 

ทั้งสองรุ่น สง่างาม เร้าใจ สไตล์สปอร์ต หากกล่าวถึงความสปอร์ต ต้องบอกเลยว่า สัมผัสได้ถึง DNA ด้วยความที่ตัวถังเป็นคูเป้ เรื่องรูปลักษณ์ดึงดูดให้ขับ รวมถึงดึงดูสายตาจากผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งการดีไซน์ในจุดต่าง ๆ สอดรับ และขับความสปอร์ตออกมาได้อย่างเด่นชัดเช่น ช่องดักอากาสีดำแบบกลอสล้อมกรอบตกแต่งด้วยโครเมียม ชุดไฟหน้าใหม่แบบซีนอน พร้อมไฟหน้า ตัดหมอก LED เป็นมาตรฐาน มองโดยรวมไม่แตกต่างกันมากนัก
 
ภายในของรุ่น M Sport เลือกใช้การตกแต่งด้วยสีดำ-แดง เสริมความหรูหราด้วยอะลูมิเนียมลายหกเหลี่ยม (Hexagon) หากเป็นรุ่นย่อย Luxury จะตกตแต่งด้วยลายไม้ และมีสีเบสให้เลือก
 
แผงควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นอย่างประณีตด้วยการเย็บแบบตะเข็บคู่ และยังมาพร้อมกับเครื่องหนังและตะเข็บสีใหม่ให้เลือกแต่งได้ตามสไตล์ที่เหมาะกับบุคลิกของผู้ขับ ระบบนำทางและจอแสดงผลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ขนาด 8.8 นิ้ว สามารถแบ่งฝั่งหน้าจอทำงานควบคู่ไป
 
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ TwinPower Turbo ให้กำลัง 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วย เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.8 วินาที ความเร็วทำได้ถึง 250 กม./ชม.
 
สมรรถนะแบบนี้สามารถเร่งแซงได้ทันใจแทบทุกจังหวะบนถนนมอเตอร์เวย์ รวมถึงการควบคุมที่ง่าย สอดรับกับระบบเบรก โดยรวมการขับขี่บนท้องถนนทำได้ดีเยี่ยมสมกับเป็นสปอร์ตคูเป้ถึงอารมณ์ และอยากต่อเวลาหลังพวงมาลัยออกไปยาว ๆ ทุกครั้ง
 

เข้าสนามพีระเซอร์กิต
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยก็จอดเรียงราย BMW Series 4 ไว้ทั้ง 2 ตัวถัง ครบทุกรุ่นย่อย รวมไปถึงเห็นสีเหลืองอันโดดเด้งจาก BMW M4 แท้ ๆ ที่สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ โดยคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็ให้นิยามแก่รถรุ่นนี้สั้น ๆ ว่า “หมาป่าในคราบแกะ” ก็เป็นช่นนั้น จริง ๆ
 

ก่อนทดสอบเรามาดูรายละเอียดของ BMW M4 กันก่อน
BMW M4 โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ M ซึ่งสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับรถยนต์สไตล์สปอร์ตตระกูล M ที่มีเครื่องยนต์เป็นหัวใจสำคัญ โดยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบแบบใหม่ในรถ BMW M4 Coupe ผสานข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์รอบสูงทั่วไปที่ไม่ใช้ระบบอัดอากาศ เข้ากับความแรงของเทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จเจอร์
 
สามารถส่งกำลังสูงสุดได้ถึง 431 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตัน-เมตรที่ 1,850 – 5,500 รอบ/นาที ซึ่งมากกว่าแรงบิดสูงสุดของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมอย่าง BMW M3 ประมาณ 40% แม้จะมาพร้อมสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น แต่รถยนต์ BMW M4 Coupe ยังประสบความสำเร็จในการลดอัตราสิ้นเปลืองพลังงานและอัตราการปล่อยมลพิษได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 4.1 วินาที ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัชท์คู่ M 7 สปีด
 
หัวใจแห่งความสำเร็จของสมรรถภาพทรงพลังสูงสุดและประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมเกิดขึ้นจากการลดน้ำหนักของตัวรถยนต์ BMW M4 Coupe ได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 80 กิโลกรัม และด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงน้ำหนักที่เบานี้เอง ส่งผลให้รถยนต์ BMW M4 Coupe นี้สร้างมาตรฐานใหม่ของคอนเซ็ปต์โดยรวม และการตอบสนองที่แม่นยำและความคล่องตัว ด้วยดีไซน์อัจฉริยะที่คัดเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา โดยใช้พลาสติกเสริม ใยคาร์บอน (CFRP) และอะลูมิเนียมมาเป็นส่วนประกอบของโครงแชสซีและตัวถัง นอกจากนี้ หลังคาของรถยนต์ BMW M4 Coupe ยังสร้างจากวัสดุคาร์บอนเสริมใยทั้งหมด
 

เริ่มการทดสอบ สื่อทุกสำนัก จะเข้าประจำการรถ 1 รุ่น ขับตามอินสตั๊คเตอร์ ทั้งหมด 3 รอบสนาม หากมีคันไหนทิ้งช่วงหรือตามไม่ทัน จะลดความเร็วลงให้เกาะกลุ่มกันไปได้ต่อ
 
การทดสอบนี้เป็นเวลาที่สนุก และสั้นมากในการสัมผัสรถในแต่ละรุ่น เพื่อจับฟีลลิ่งการขับและความแตกต่างของของรุ่นย่อย Luxury และ M Sport นั้นเอง หากเปรียบเหมือนการฟังเพลง BMW M4 Coupe ก็คือ Bonus Track
 

ด้วยความที่มากรุ่น จะขอบอกรวม ๆ และโฟกัสไปในสิ่งที่แตกต่างอย่างสัมผัสได้ดังนี้
– BMW 430i Coupe M Sport และ BMW 430i Coupe Luxury ในแทร็กสามารถตามอินสตั๊คเตอร์ ได้ทั้งคู่ อัตราเร่งไม่แตกต่าง การควบคุมพวงมาลัยและช่วงล่าง M Sport คมกว่าคอนโทรลรถในความเร็วแะการทิ้งโค้งได้ดี ด้านตัว Luxury ก็ไม่มีอาการที่น่ากังวล การโยนตัวห้องโดยสารอาจมากว่าสักหน่อย
– BMW 430i Convertible M Sport และ BMW 430i Convertible Luxury ความสปอร์ตมีฟังก์ชั่น ที่บั่นทอนสมรรถนะลงไปมาก โดยครั้งแรกขับแบบปิดประทุน รถก็มีอาการโอเวอร์สเตียร์ (ท้ายปัด) แทบทุกโค้งที่ลึก ตามไม่ค่อยทันกลุ่ม และรอบที่เปิดประทุน ทุกโค้งคุณจะต้องแก้อาการโอเวอร์สเตียร์ที่หนักมาก เรียกได้ว่าโดนทิ้งจากกลุ่มชัดเจน
– BMW M4 Coupe นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนมีโอกาสได้สัมผัส เกียร์สามารถเลือกเป็นออโต้และกึ่งออโต้ได้ แน่นอนรถไม่มีคลัทช์ ถ้าเป็นโหมด D ก็แค่เหยียบคันเร่งและควบคุมรถ สามารถใช้แพดเดิ้ลชิฟช่วยในการเปลี่ยนเกียร์บางจังหวะ แล้วจะกลับมาออโต้เช่นเดิม หากใช้โหมดสปอร์ตรถจากลากเกียร์สุดเรดไลน์ของเครื่องยนต์ได้เลยโหดเปลี่ยนเกียร์ได้จากคันเกียร์โยกขึ้น-ลงและแพดเดิ้ลชิฟ ได้ทั้งคู่
 
ฟีลลิ่งพวงมาลัยสมูท ลื่นมากในการเลี้ยว และตัวรถมีแรงดึงที่จะตั้งตรงสูงมาก (ย้ำว่ามาก) คือการเลี้ยวจะมีแรงดึงพวงมาลัยสู้ชัดเจน แต่พวงมาลัยไม่มีความหนักเลย ! ความสามารถที่น่าทึ่งคือดึงว่าจนตรงจริง ๆ ด้านการขับตามอินสตั๊คเตอร์ สามารถจี้ติดได้สบาย การโยนตัวห้องโดยสารและการคอนโทรลบนสนามง่ายสุดสมเป็น M4
 

สุดท้ายไป Hot Lap กับระดับโปรด้วย M4
ก่อนจบทริป ได้ลองนั่ง M4 จากฝีมือนักขับรดับโปร ที่สามารถรีดความสามารถของ BMW M4 Coupe ได้อย่างเต็มที่ เริ่มต้นด้วยการปรับเซ็ตแบบ individual ได้แทบทุกจุด ทั้งช่วงล่าง พวงมาลัย การตอยสนองของเครื่องยนต์ และสามารถเซฟไว้ได้ เพียงปุ่มเดียวสมองกลปรับให้ จุดนี้สามารถปรับเซตและเรียกใช้ระหว่างขับ สร้างเทคนิคการปรับแต่งเพื่อการขับเฉพาะตัวได้ ความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ในการโค้งประมาณ 120 กม./ชม. และทางตรงยาว แกรนด์สแตนด์ สามารถดันความเร็วพุ่งไป 175 กม./ชม.
 
เป็นอันจบทริป 4 MEANS MORE. แน่นอนว่าเรารู้ซึ้งแล้วเลข 4 นี้มีอะไรมากว่านั้นเยอะ หากถามว่ารถโปรดักส์ชั่นคาร์รุ่นไหน ที่จะมาลงแทร็คได้สนุกสนานสุด ในเวลานี้ก็คงไม่หนีไม่พ้น BMW Series 4 นี่แหละ… ขนาดสนามยังเอาอยู่ บนถนนคงไม่ต้องพูดถึง
 
BMW Series 4 มีสีตัวถังใหม่ได้แก่ สีน้ำเงิน Snapper Rocks และสีส้ม Sunset โดดเด่น
 
ราคาจำหน่าย BMW Series 4 ใหม่
BMW 430i Convertible Luxury ราคา 3,999,000 บาท
BMW 430i Convertible M Sport ราคา 4,299,000 บาท
BMW 430i Luxury ราคา 3,499,000 บาท
BMW 430i Coupe M Sport ราคา 3,799,000 บาท
BMW M4 Coupe ราคาเริ่มต้น 8,299,000 บาท




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *