.

BMW i8 Roadster สปอร์ตเปิดประทุนหลังคาผ้าใบรุ่นใหม่ล่าสุด



BMW i8 Roadster สปอร์ตเปิดประทุนหลังคาผ้าใบรุ่นใหม่ล่าสุด

 
BMW i8 Roadster ใหม่ สปอร์ตไฮบริดหลังคาผ้าใบพับเก็บได้ พร้อมทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.6 วินาที แบบเงียบ ๆ แข่งกับสายลม โดย BMW i8 Roadster ตั้งราคาไว้สูงกว่า BMW i8 เพียงเล็กน้อย แต่จะดีต่อใจเมื่ออยากสูดอากาศในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสเป็นพิเศษ
 

ความจริง BMW i8 Roadster ใหม่ ดูจากภายนอกแล้วอาจไม่ได้ต่างจาก BMW i8 Coupe มากนัก แต่ถ้าพอมีเวลารอพับหลังคาผ้าใบเก็บสัก 15 วินาที คุณจะได้พบกับการเปลี่ยนแปลงและประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบใหม่ที่ BMW i8 Coupe ให้ไม่ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องมี Roadster
 

และในกรณีนี้ที่ BMW i8 Roadster ดูไม่ต่างจาก BMW i8 Coupe ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับการจัดสรรพื้นที่ให้กับหลังคาผ้าใบแบบพับเก็บได้โดยไม่กระทบกับรูปทรงโดยรวม (แต่หลังคาผ้าใบไม่ค่อยพบปัญหานี้เท่าหลังคาแข็งอยู่แล้ว) แม้จะต้องยอมสละที่นั่งหลังทิ้งไป 2 ที่ แต่เราคิดว่าไม่มีใครสนใจเท่าไร เพราะคนที่เลือกขับ BMW i8 ทั้งแบบ Coupe หรือ Roadster ก็คงจะอยากมีโลกส่วนตัวอยู่แล้ว
 

นอกจาก BMW i8 Roadster จะยังดูสวยไม่ต่างจาก BMW i8 Coupe แล้ว หลังคาผ้าใบที่ทำจากวัสดุคุณภาพสูง ทนทุกสภาพอากาศแถมกันเสียงรบกวนภายนอกได้เลิศมาก (BMW ว่าอย่างนั้น) ยังพับเก็บไว ใช้เวลาเพียง 15 วินาที พับหรือกางออกได้ขณะรถวิ่งที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. และกินเนื้อที่ 100 ลิตร ซึ่งเมื่อพับหลังคาส่วนเก็บสัมภาระท้ายรถจะเหลืออยู่ 88 ลิตร พอให้ใส่กระเป๋าหรือสิ่งของอื่น ๆ ได้บ้าง
 

แต่สิ่งที่ BMW i8 Roadster จะมอบให้เพื่อเป็นการตอบแทนกับพื้นที่ที่สูญเสียไป คือประสบการณ์การขับขี่ในแบบสปอร์ตที่แท้ทรู เนื่องจากรูปแบบของ Roadster ในทางเทคนิคแล้วย่อมมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่า Coupe เพราะไร้หลังคา (แต่ BMW i8 Roadster หนักกว่ารุ่น i8 Coupe อยู่ 60 กก.) รวมถึงการไม่มีอะไรมาขวางกั้นสายลมและบรรยากาศที่เคลื่อนผ่านรอบตัวไปอย่างรวดเร็วนั้นเป็นอะไรที่อิสระ ดีต่อใจมากเป็นพิเศษ
 

ยิ่งดีไปกว่านั้นคือขุมพลังไฮบริด ที่มีมอเตอร์ทำงานประสานกับเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งครองตำแหน่ง Engine of the Year ในกลุ่ม 1.4-1.8 ลิตร มา 4 ปีซ้อนจนถึงตอนนี้ ให้กำลังสูงสุดรวมกันถึง 374 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร BMW i8 Roadster จึงใช้เวลาเพียง 4.6 วินาที ในการตะกายด้วยล้อทั้ง 4 พุ่งจากจุดหยุดนิ่งไปที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ไวมาก แถมยังมีอัตราสิ้นเปลืองดีงาม ปล่อย CO2 ต่ำเพียง 46 กรัม/กม. เท่านั้น
 

สำหรับราคาที่ต้องแลกกับความบันเทิงจากเครื่องเล่นสุดไฮเทคที่เรียกว่า BMW i8 Roadster นั้นตั้งไว้ที่ 124,735 ปอนด์ หรือราว 5.43 ล้านบาท แพงกว่า BMW i8 Coupe อยู่ประมาณ 12,000 ปอนด์ หรือครึ่งล้านบาทนิด ๆ (ในอังกฤษ) เพราะต้องเสริมความแข็งแรงให้แชสซีส์ทำให้ต้นทุนเพิ่มอยู่แล้ว ไม่ใช่คิดจะตัดหลังคาก็ตัดได้ดื้อ ๆ ส่วนจะคุ้มแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสัมผัสและสูดอากาศมากเป็นพิเศษหรือเปล่า ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคนเล่นรถระดับนี้ถ้าใจมันเรียกร้องครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *