.

Aston Martin DB11 เครื่องยนต์ V8 ราคาขายในไทย 21.9 ล้านบาท



Aston Martin DB11 เครื่องยนต์ V8 ราคาขายในไทย 21.9 ล้านบาท

 
แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัว Aston Martin DB11 V8 ครั้งแรกในไทยและอาเซียน รวมถึงเป็นไฮไลท์ของบูธ Aston Martin ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ซึ่ง Aston Martin DB11 V8 จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่ต้องการเสน่ห์แบบรถสปอร์ตหรูทรง GT จากอังกฤษ แต่มองว่าขุมพลัง V12 นั้นอาจเป็นอะไรที่อู้ฟู่เกินความจำเป็น โดย Aston Martin DB11 V8 ใหม่ จะให้ประสบการณ์ในการขับขี่ที่แตกต่างออกไป และในเรื่องของความหรูหรานั้นไม่ได้ถูกลดทอนหรือน้อยหน้า Aston Martin DB11 V12
 

แน่นอนว่าในเรื่องของความแฟนตาซีและมีเสน่ห์คงต้องยกให้กับ Aston Martin DB11 V12 แต่ถ้ามองในแง่ของการใช้งานในโลกความเป็นจริง Aston Martin DB11 ขุมพลัง V8 ใหม่ ขนาดความจุ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 510 แรงม้า และแรงบิด 675 นิวตันเมตร ซึ่งทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4 วินาที และความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม. ก็เป็นอะไรที่แรงเกินพอแล้ว
 

ทั้งนี้ Aston Martin DB11 V8 จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใหม่สำหรับตระกูล DB11 ซึ่งเปิดตัวในไทยครั้งแรกเมื่อปี 2016 ด้วยรุ่นเครื่องยนต์ V12 โดย Aston Martin DB11 V8 ถือเป็นการเติมเต็มกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถสปอร์ตทรง GT ระดับไฮเอนด์ ให้มีความหลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการโดยขุมพลัง V8 ใหม่ นั้นจะยังให้ผลลัพธ์น่าประทับใจในรูปแบบที่ต่างออกไปเท่านั้น
 

Aston Martin DB11 V8 ใหม่ ถูกออกแบบให้มีความสมดุล โดยน้ำหนักจะอยู่ที่จุดศูนย์กลางระหว่างฐานล้อมากกว่าเดิมจึงให้ความรู้สึกปราดเปรียวขึ้น รวมถึงการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ของระบบกันสะเทือน รูปทรงเรขาคณิต สปริง แดมเปอร์ และซอฟต์แวร์ ESP ให้มีบุคลิกแตกต่างจาก Aston Martin DB11 V12 อย่างพิถีพิถัน ส่วนภายในของ Aston Martin DB11 V8 จะยังคงให้อุปกรณ์มาตรฐานระดับเดียวกับรุ่น V12 รวมถึงเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกสีสันและชุดตกแต่งอันหลากหลายได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความเหนือชั้นจากแพ็คเกจ Option Packs และ Designer Specification รวมถึงคอลเลคชั่น Q by Aston Martin อันเป็นคอลเลคชั่นสุดหรูจากตระกูล Aston Martin ได้ตามปกติ
 

ความจริง Aston Martin DB11 V8 ถือว่าถูกกว่ารุ่น V12 อยู่ 3 ล้านบาท เพราะหลัก ๆ แล้วจะต่างกันเพียงขุมพลัง โดยไม่ลดทอนความหรูหราเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้เรารู้สึกว่ารุ่น V12 ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าอยู่ดี แต่แน่นอนว่า Aston Martin ย่อมรู้จักและเข้าใจความต้องการของลูกค้ากระเป๋าหนักดีมากกว่าแน่ๆ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *