10 วิธีประหยัดแบต มือถือ ตามแบบฉบับของ MenSmile

02/04/2013 12:30 2 comments


วิธี-ประหยัด-แบต-มือถือ-save-batteryผมเชื่อว่า ผู้ที่มีโทรศัพท์มือถือ มากกว่า 80% ต้องเคยประสบปัญหา แบตหมดเร็ว หรือ แบตไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่มากก็น้อย และปัจจุบัน สมาร์ทโฟนออกใหม่ทุกตัว จะมีการพัฒนาให้ CPU แรงขึ้น กล้องชัดขึ้น หน้าจอชัดขึ้น ละเอียดขึ้น ขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น แต่ไม่เห็นจะมีค่ายไหนที่จะพัฒนาแบต ให้มีคุณภาพดีขึ้น ใช้งานได้ยาวนานขึ้นเลย เพราะฉะนั้น ก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้บริโภคแล้วแหละครับ ที่จะต้องประหยัดแบตกันเอาเอง
 
แต่เราจะประหยัดแบตกันยังไงดีหละ เมื่อจำเป็นต้องใช้งานกันแทบทุกวัน ทุกเวลา เพราะฉะนั้น อย่ารอช้า วันนี้ MenSmile มี 10 วิธี ประหยัดแบตกันง่ายๆ ใช้กันได้ทุกวัน มาฝากแฟนๆกัน เอาเป็นว่าอย่ารอช้า เราไปดูกันเป็นข้อๆเลยครับ
 
1. ปรับระดับความสว่างหน้าจอ(แต่พองาม)
หากเราไปตรวจสอบการใช้พลังงานของสมาร์ทโฟนของเรา เจ้าตัวปัญหาที่กินแบตหนักๆเลยคงจะหนีไม่พ้นหน้าจอ เข้าใจนะครับว่าแอนดรอยโฟนมีดีที่จอใหญ่ และสีสันก็สดสวยงามเกินใคร อีกทั้งซื้อมาก็แพงก็อยากที่จะปรับแสงหน้าจอให้สว่างสุดๆเพื่อที่จะได้อวดหรือประชันกับคนข้างๆ ดังนั้นถ้าจะแนะนำให้ปรับแสงจอจดมือมิดจนเวลาใช้ทีต้องส่องหากันเลยทีเดียวก็ไม่ใช่ หลายๆคนพออ่านปุ๊บก็นึกเถียงขึ้นมาเลยว่า แหมๆ ใครจะไปปิดแสงจอขนาดนั้น ก็กดปรับความสว่างอัตโนมัติสิ ซึ่งหลังจากที่ผมได้ไปทำการศึกษาหาข้อมูลและอ่านบทความต่างๆนาๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมขอบอกเลยว่าการปรับลดแสงจออัตโนมัติไม่ใช่วิธีประหยัดพลังงานที่ถูกต้องที่สุด แน่นอนว่ามันประหยัดแบตได้(นิดนึง) แต่มันต้องอาศัยการทำงานจากระบบปฏิบัติการ(OS) ในการปรับและลดแสงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้แสงที่หน้าจอแสงในระดับที่พอเหมาะกับสถานะการณ์นั้นๆ แน่นอนว่าการทำงานของระบบปฏิบัติการก็ต้องใช้พลังงานจากแบตไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้น ผมขอแนะนำเลยว่า การปรับระดับความสว่างหน้าจอให้อยู่ระหว่าง 25-50% อยู่ในระดับที่ดี ไม่มืดจนเกินไป ไม่สว่างจนแสบตา และที่สำคัญประหยัดแบตอีกด้วย ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมปรับความสว่างหน้าจอให้อยู่ที่ 25% ตลอดเวลาผมมองว่ามันเป็นอะไรที่ลงตัว ความสว่างก็โอเคไม่มืดมาก อีกทั้งการใช้งานก็นานขึ้น จากการปรับแสงให้สว่างสุดอยู่ได้ประมาณ 6 ชั่วโมง พอปรับอัตโนมัติก็อยู่ที่ 7 ชั่วโมงกว่าๆ แต่พอปรับ 25% ปรากฎว่าอยู่ได้ 9 ชั่วโมงกว่าๆเลยทีเดียวครับ
 
2. ฟังเพลงให้ฉลาด ก็ช่วยประหยัดแบตได้
ข้อนี้อาจจะฟังดูแปลกๆ ขอเริ่มต้นข้อนี้ตั้งแต่การเลือกซื้อหูฟังกันเลยครับ เวลาที่เราเลือกซื้อหูฟังผมแนะนำให้มีรีโมทติดมาด้วยนะครับ ข้อดีของมันไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนเพลงแบบเรียลไทม์ หรือเอาไว้รับสายวางสายเวลาขับรถ แต่มันคือเครื่องมือที่จะทำให้ประหยัดแบตได้แบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ลองนึกภาพดูนะครับ เวลาที่เราฟังเพลงหากเครื่องรันเพลงที่เราไม่อยากฟัง หรืออยากจะฟังเพลงถัดไป เราก็ต้องเปิดจอแล้วก็เข้าเมนูเพลงเพื่อเปลี่ยนเพลงถูกต้องมั้ยครับ แต่ถ้าหากเรามีเจ้ารีโมทที่ติดมากับหูฟังแล้วละก็ หากเราเปลี่ยนเพลงก็แค่กดๆ เพียงแค่นี้เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนเพลงได้โดยไม่ต้องเปิดจอ ทีนี้ปัญหาแรกคือ บางครั้งโปรแกรมเล่นเพลงของสมาร์ทโฟนแอนดรอยบางยี่ห้อไม่รองรับการใช้คำสั่งของรีโมทหูฟัง ผมขอแนะนำให้คุณเข้าไปท่องตลาด Play Store มี APP เพลงดีๆมากมายที่รองรับการใช้คำสั่งรีโมทเพียงแค่นี้ก็หมดปัญหาข้อนี้แล้วละครับ ปัญหาต่อมาคือ แล้วเราจะเลือกฟังเพลงที่เราชื่นชอบได้ไงถ้าไม่เปิดจอ เพราะรีโมทหูฟังก็ไม่ได้เลือกเปิดเพลงที่อยากฟังได้ ผมแนะนำให้คุณเสียเวลานิดนึงเพื่อที่จะสร้าง Playlist ส่วนตัวที่คุณได้ทำการเลือกเฉพาะแต่เพลงโปรด หรือสร้าง Playlist แบบแยกประเภทเช่น เพลงช้า เพลงเร็ว เพลงฮิปฮอป เพลง R&B ทีนี้เวลาที่คุณอยากฟังเพลงคุณก็เปิด Playlist ตามอารมณ์ที่คุณอยากฟังเช่น R&B เพียงแค่นี้เวลาที่คุณเปลี่ยนเพลงด้วยการกดรีโมทก็จะไม่มีปัญหาเรื่องเพลงที่ไม่ชื่นชอบหรือเปิดในอารมณ์ที่ไม่ใช่ได้ทันทีครับ ปัญหาสุดท้ายคือหลายๆคนที่อ่านอาจจะมองว่าการประหยัดวิธีนี้อาจจะดูไร้สาระ ผมจะอธิบายง่ายๆเลยนะครับ หากเรากำลังเดินทางโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และคุณก็อยากฟังเพลง ดังนั้น การฟังเพลง 1 ชั่วโมงของคุณ ผมว่าคุณต้องเปิดจอเพื่อทำการเปลี่ยนเพลง สมมุติว่า 30 ครั้ง เท่ากับว่าคุณเปิดจอ 30 ครั้งเพื่อมาเปลี่ยนเพลงทำให้เสียพลังงานแบตไปเนื่องจากหน้าจอต้องทำงาน แต่ถ้าหากใช้รีโมทแน่นอนว่าอัตราการเปิดจอของคุณจะต้องลดน้อยลงเหลือประมาณ 4-6 ครั้งเท่านั้น หรืออาจจะไม่เปิดเลย เท่ากับว่าประหยัดแบตได้มากขึ้นครับ
 
3. เล่นเกมส์ยังไงให้ประหยัดแบต
การเล่นเกมส์นั้น ไม่ว่าจะเป็นเกมที่สุดแสนอลังการไปจนถึงเกมคลายเครียด ก็มักจะทำให้แบตของเราหมดได้อย่างรวดเร็วพอๆกัน ทีนี้เราจะเล่นเกมยังไงให้ประหยัดแบตที่สุด หลายท่านอาจจะมองว่าการเล่นเกมส์บนสมาร์ทโฟนและการประหยัดแบตมันคงไปทางเดียวกันไม่ได้ ผมเองก็มองว่าอย่างนั้น แต่แท้จริงแล้วมีวิธีง่ายๆที่จะทำให้คุณสนุกกับเกมส์และประหยัดแบตไปพร้อมๆกันได้มากยิ่งขึ้นครับ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเล่นเกมส์มันทำให้แบตหมดเร็วขึ้น แน่นอนมันคงไม่มีวิธีใดที่จะทำให้สมาร์ทโฟนของคุณมีปริมาณแบตที่คงที่ในขณะที่เล่นเกมส์ไปด้วยได้ ดังนั้นวิธีทีที่จะช่วยได้ก็คือการทำให้แบตหมดช้าลงนั่นเองครับ ขั้นตอนแรกก็คือก่อนเข้าเล่นเกมส์ก็ควรที่จะปิดเน็ตปิดไวไฟ(กรณีที่เกมส์ไม่ต้องต่อเน็ตหรือไม่ใช่เกมส์ออนไลน์) ขั้นตอนต่อมาคือ ปิด GPS และการหมุนหน้าจอ ขั้นตอนที่ 3 คือถ้าลดแสงหน้าจอให้ต่ำสุด แต่ 3 ขั้นตอนนั้นผมว่าใครๆก็รู้ๆครับ และหลายๆคนก็คงจะทำกันแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ผมค้นพบวิธีที่ช่วยให้คุณประหยัดแบตได้มากเลยทีเดียว ต้องขอบอกเลยว่าผมเป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์ และก็ชอบเล่นไม่ถูกที่ถูกเวลาซะด้วย ดังนั้นเวลาที่เราเล่นในห้องเรียน หรือบนรถประจำทาง ผมจึงต้องทำการปิดเสียงเกมส์ หรือบางครั้งก็ใส่หูฟัง คุณเชื่อมั้ยครับว่า มันช่วยได้เยอะมากเลยทีเดียวครับ จากการทดสอบด้วย Samsung Galaxy Note N7000 เล่นเกม Need For Speed Most Wanted โดยการเปิดหน้าจอให้สว่างสุดๆแล้วก็เปิดเสียง 100% เล่นได้ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆเกือบครึ่งแบตก็หมด พอลดเสียงมาอยู่ที่ 50% ก็อยู่ประมาณ 3 ชั่วโมงต้นๆ แต่พอปิดเสียงปรากฎว่าเล่นได้ประมาณ 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทีนี้ผมลองทดสอบด้วยการใส่หูฟังแล้วเปิดเสียงประมาณ 50% ก็อยู่ได้ประมาณ 3 ชั่วโมงต้นๆพอๆกับไม่ใส่หูฟัง ผมจงคิดว่าการปิดเสียงขณะเล่นเกมช่วยให้ประหยัดแบตได้เยอะเลยทีเดียวครับ อีกอย่างที่แนะนำให้ปิดก็คือระบบสั่นในเกมส์ครับ ตัวนี้ก็ช่วยได้เยอะทีเดียว การสั่นนั้นต้องใช้พลังงานมากเลยครับ ซึ่งถ้าเราลดการสั่นได้ แน่นอนว่าต้องประหยัดแบตได้อีกเท่าตัวเลยครับ
 
4. หลีกเลี่ยงการใช้ภาพหน้าจอแบบเคลื่อนไหว
ในส่วนนี้หลายๆท่านคงทราบกันดีว่าการตั้งภาพ Wallpaper แบบเคลื่อนไหว นอกจากจะทำให้เครื่องดูหน่วงดูช้าลงแล้ว ยังทำให้เปลืองแบตอีกด้วย หรือตั้งเรียกว่าเอาแบตและความเร็วเครื่องไปแลกกับความสวยงามของหน้าจอ ถึงแม้ว่าจะลดแสงหน้าจอลงเพื่อที่จะได้ใช้ภาพแบบเคลื่อนไหว ผมบอกเลยว่ามันเปลืองแบตมากกว่าเปิดจอให้สุดแล้วตั้งภาพ Wallpaper แบบปกติซะอีก ผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ การใช้ภาพแบบเคลื่อนไหวบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยนั้นไม่ได้เป็นการนำภาพไฟล์ .GIF มาตั้งอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ แต่มันเปรียบเสมือน APP ที่ทำงานอยู่ในนามของ Wallpaper ดังนั้นหากจะพุดว่าถ้าเราตั้ง Wallpaper แบบเคลื่อนไหวเท่ากับว่าสมาร์ทโฟนต้องทำงาน(รัน APP)ตลอดเวลาใช่หรือไม่? คำตอบคือใช่ครับ เพราะงั้นเลยไม่แปลกที่สมาร์ทโฟนของคุณจะแบตหมดเร็วขึ้น แต่ถ้าชอบที่จะตั้งผมก็ไม่ว่ากันครับ หลายๆครั้งผมโหลด APP ภาพเคลื่อนไหวมา มันจะมีฟังชั่นพิเศษก็คือประหยัดแบตมาด้วย ผมจึงขอแนะนำว่าเวลาที่โหลด APP ภาพเคลื่อนไหวมาลองหาฟังชันนี้ดูนะครับ ช่วยได้เยอะเลยสำหรับคนที่อยากตั้งภาพเคลื่อนไหวที่หน้าจอแต่ก็อยากให้ประหยัดแบตตามไปด้วย
 
5. ดูวิดิโอทั้งที ก็ต้องประหยัดแบตได้ด้วย
ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนแอนดรอยเราพัฒนาไปไกล ทำให้ดูวิดิโอความละเอียด 1920*1080 หรือมากกว่านี้ได้ไม่ยาก แต่ประเด็นคือเราอยากที่จะดูวิดิโอบนหน้าจอที่มีสีสันและความสว่างสีที่เต็มที่ เพื่อให้ได้อรรถรสในการชมวิดิโอนั้นๆ อีกทั้งยังสามารถอวดเพื่อนได้อีกด้วยถึงคุณภาพหน้าจอที่แสนจะละเอียดและคมชัด แต่หากเราเปิดแสงหน้าจอทิ้งไว้หรือเปิดไว้ตอนที่ไม่ได้ดูวิดิโอก็จะเปลืองแบตตามไปด้วย สมาร์ทโฟนแอนดรอยหลายๆรุ่นครับสามารถที่จะปรับแสงหน้าจอโดยการแยกจากการปรับแสงหน้าจอแยกกับการทำงานภายนอกได้ หลักการคือ สมมุตว่าเราเราตั้งแสงหน้าจอในส่วนของการตั้งค่าตัวเครื่องไว้ที่ 25% และตั้งในส่วนของวิดิโอไว้ 100%(ตั้งในเครื่องเล่นวิดิโอ อาจไม่พบในบางยี่ห้อ) ตอนเราใช้งานทั่วไปอาจจะไม่สว่างมาก แต่พอเรากดขึ้นมาดูวิดิโอปุ๊บแสงสว่างหน้าจอจะปรับมาที่ 100% ทันที ซึ่งหลังเราดูวิดิโอจบ พอออกมาที่หน้าจอโฮมแสงสว่างก็จะกลับมาอยู่ที่ 25% อัตโนมัติ ดังนั้นหากใครที่ใช้สมาร์ทโฟนที่มีเครื่องเล่นวิดิโอแต่ไม่มีฟังชั่นแยกการปรับแสงหน้าจอ ผมแนะนำว่าใน Play Store ก็มี APP เล่นวิดิโอที่มีฟังชันนี้อยู่ อย่าง MX Player ก็มีนะครับ ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว
 
6. ว่าด้วยเรื่องของการชาร์ตแบต
ประเภทของแบตมีมากมายครับ แต่นั่นผมไม่ได้เอามาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องการประหยัดแบตครับ ที่ผมจะเอามาพูดถึงก็คือแบตชนิดที่สามารถถอดได้ และชนิดที่ถอดไม่ได้ เราคงคุ้นเคยกับการใช้แบตชนิดที่สามารถถอดได้มาเป็นเวลานาน ตั้งแต่สมัยยังไม่มีสมาร์ทโฟนแอนดรอย แต่พอมีสมาร์ทโฟนแอนดรอยเข้ามาก็ยังเป็นแบบที่ถอดได้อยู่ จนมาถึงยุคหลังๆที่เริ่มจะมีสมาร์ทโฟนที่ฝังแบตมากับตัวสมาร์ทโฟนเลย ทำให้หลายๆคนที่ใช้กลัวว่าการชาร์ตแบตบ่อยเกินไป การชาร์ตแบตทิ้งไว้นานเกินไป การชาร์ตแบตแล้วเล่นอย่างอื่นไปด้วย การชาร์ตแบตด้วยสายที่ไม่ใช่สายของตน ไปจนถึงการไม่ปล่อยให้แบตหมดสนิทแล้วชาร์ตเพราะต่างก็กลัวว่าแบตจะเสื่อมจะมีปัญหา เพราะคิดว่าการเปลี่ยนแบตที่ฝังมากับตัวเครื่อง หรือแบตที่ไม่สามารถถอดได้นั่น จะมีราคาที่สูง ขอเคยไปสอบถามกับพนักงานของศูนย์สมาร์ทโฟนยี่ห้อนึง และได้กลับมาศึกษาหาข้อมูลมา ก็ได้ความเห็นว่าแท้จริงแล้วแบตที่ฝังมากับตัวเครื่องเลยนั่นเป็นแบบชนิดพิเศษที่มีความทนทานในการใช้งานแตกต่างออกไปจากแบตประเภทถอดได้(ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่ายี่ห้อไหนจะใช้แบบไหนละครับ) โดยแบตประเภทนี้จะสามารถรับพลังงานไฟฟ้าได้ต่อเนื่องและไม่เสื่อมง่าย อีกทั้งยังสามารถรองรับสายชาร์ตที่มีจำนวนวัตที่แตกต่างกันออกไป แบตประเภทฝังมาส่วนใหญ่จะมีอายุ 4-5 ปี ดังนั้นเป็นไปได้ยากที่จะเห็นสมาร์ทโฟนที่มีแบตฝังมากับตัวเครื่องจะแสดงอาการงอแงเช่นแบตหมดเร็วขึ้น(จากเดิม)หลังจากที่ไปชาร์ตแบบผิดๆ(กรณีที่ผมพูดไว้) หรือแสดงอาการแบตมีปัญหาที่ส่องไปทางว่าแบตเสื่อม แต่จะให้ฟันธงเลยว่าไม่มีก็คงเป็นไปไม่ได้ครับ มันก็อาจจะมีอยู่บ้าง ดังนั้นการที่อยู่ๆสมาร์ทโฟนเรามีแบตอยู่ 93% แต่ก่อนออกจากบ้านอยากจะชาร์ตให้เต็ม 100% ก็ไม่มีปัญหาครับ
 
7. พกแบตสำรอง หรือที่ชาร์ตสำรองแบบพกพาดี?
พอสมาร์ทโฟนเริ่มเยอะขึ้น อุปกรณ์เสริมก็เยอะตามไปด้วยเป็นเรื่องปกติครับ จริงอยู่ที่สมาร์ทโฟนของเราบางครั้งการใช้งานได้ไม่เต็มวัน มันก็มีผลกระทบไม่น้อย ดังนั้นการพกอุปกรณ์ที่จะทำให้สมาร์ทโฟนของคุณทำงานได้นานขึ้นจึงมีบทบาทมากเลยทีเดียว วิธีที่ประหยัดและดั่งเดิมที่สุดก็คือการพกที่ชาร์ตไปด้วย แต่ถ้าไม่มีปลั๊กก็จบ!! ผมจึงขอแนะนำ 2 ทางเลือกครับ ทางเลือกที่ 1 ก็คือการพกแบตสำรอง แต่ถ้าสมาร์ทโฟนของคุณไม่สามารถเปลี่ยนแบตได้ก็จบครับ การพกแบตสำรองนั้นเป็นทางออกที่ผมมองว่าดีครับ เพราะมีราคาที่ถูกกว่า และสามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากที่เปลี่ยน ซึ่งถ้าเราชาร์ตเจ้าแบตสำรองนี้มาเต็มก็เท่ากับว่าอายุการใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณจะคูณสองเลยทีเดียว แต่ข้อเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยนั่นก็คือแบตนั้นมีขนาดค่อนข้างเล็กจึงอาจจะหายได้บ่อยครั้ง บางทีเราใช้แบตก้อนประจำอยู่ อยู่มาวันนึงแบตก้อนประจำหมด จึงเปลี่ยนมาใช้แบตสำรอง พอกลับบ้านมาจะใส่แบตที่ใช้ประจำแต่ก็หาไม่เจอแล้ว(ประสบการณ์ของผมเอง 555) ดังนั้นใครจะใช้วิธีนี้ควรต้องระมัดระวังกันหน่อยนะครับ ส่วนทางเลือกที่สองคือการพกที่ชาร์ตสำรองแบบพกพา ที่ชาร์ตชนิดนี้เป็นที่ชาร์ตที่มีความจุไฟอยู่ในตัวเลยไม่ต้องไปพึ่งปลั๊กที่ไหน อยากจะชาร์ตก็ชาร์ตได้เลย ราคาค่อนข้างที่จะแพง แต่ก็มีของถูกและของปลอมขายเยอะแยะมาก จึงอยากจะให้พิจารณาก่อนซื้อให้ดี ข้อดีคือไม่ต้องพกแบตหลายก้อน ไม่ต้องคอยถอดเข้าถอดออก และตอบโจทย์ให้กับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนที่มีแบตฝั่งมากับตัวเครื่องเลย ข้อดีต่อมาคือสามารถชาร์ตได้ทุกที่ทุกเวลา ชาร์ตได้มากกว่า 1 ครั้ง อาจจะ 3-4 ครั้งเลยทีเดียว ดังนั้น ใครชื่นชอบแบบไหนก็ลองตัดสินใจกันดูครับ
 
8. EDGE 3G หรือ WIFI กันนะ ที่กินพลังงานแบตน้อยที่สุด
แน่นอนว่าการใช้งานสมาร์ทโฟนให้มีประสิทธิภาพ 100% จำเป็นที่จะต้องมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้าเราเชื่อมต่อตลอดเวลาแบบนี้ก็ยิ่งทำให้แบตหมดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง คำถามที่หลายๆคนสงสัยรวมถึงผมนั่นก็คือการเชื่อมต่อแบบใดที่กินพลังงานแบตน้อยที่สุด หรือการเชื่อมต่อแบบใดทำให้สมาร์ทโฟนมีอายุการใช้งานมากที่สุด ผมจะเรียงลำดับเลยนะครับ อันดับ 1 ที่กินพลังงานแบตเยอะที่สุดแล้วก็ทำให้เครื่องร้อนระอุมากที่สุดก็คือ 3G นั่นเอง ต่อมาก็คือ EDGE และปิดท้ายด้วย WIFI หลายท่านอาจจะคิดว่า EDGE ประหยัดแบตกว่า WIFI แต่ผมยืนยันเลยครับว่ายังไงซะ WIFI ก็ประหยัดกว่าครับ ดังนั้นคือนี้ไม่ต้องพูดอะไรกันมากเลยครับ ถ้าเราไปไหนมาไหน ไม่ว่าจะเรียนหรือทำงาน หรือพบสัญญาณ WIFI แล้วละก็ให้สลับมาใช้ทันที นอกจากจะประหยัดแบตแล้วยังประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยนะครับ อ่อ พอไม่ได้อยู่ในจุดเชื่อมต่อ WIFI แล้วก็อย่างลืมปิด WIFI นะครับครับ เพราะถ้าเปิดไว้ ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนอย่างไร เครื่องมันจะทำการค้นหาสัญญาณ WIFI อยู่ตลอดเวลา ทำให้สิ้นเปลืองแบตมากเลยทีเดียวครับ
 
9. ระบบการแจ้งเตือนต่างๆ (Notification) ที่ทำหน้าที่สูบแบตมากกว่าการแจ้งเตือน
ผมไม่ได้หลายถึงการแจ้งเตือนจากโปรแกรม Social Network ต่างๆที่มันสำคัญ(สำหรับคุณ) นะครับ แต่ผมหมายถึงการแจ้งเตือนจากแอปที่มันไม่สำคัญอย่างพวกเกมและแอปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ เพราะนั่นเท่ากับ APP นั่นมันทำงานด้วยตนเองทั้งๆที่คุณไม่ได้ทำการเปิดมันขึ้นมา ดังนั้นจึงไม่แปลกว่าทำไมแบตคุณจึงหมดเร็วทั้งๆที่ก็ไม่ได้เปิด APP อะไรข้างไว้ ยกตัวอย่างเช่น คุณได้เล่นเกม Pet Cafe 2 อยู่ หลังจากนั่นก็ออกเกม และออกเกมด้วยการกด Multitask ต่อมาประมาณ 20 นาที อยู่ๆก็มีระบบแจ้งเตือนจากเกม Pet Cafe 2 ว่าให้เข้าเกมเพราะตอนนี้สินค้าในเกมลด 20% นั่นหมายความว่าถึงแม้เราจะปิดเกมหรือ APP นั่นอย่างถูกต้องหรือสมบูรณ์แบบ 100% แล้ว แต่ตัวแอปยังสามารถที่จะแจ้งเตือนเราได้ แสดงว่าแอปมันต้องเปิดทำงานด้วยตัวเอง นี่แหละครับ เลยทำให้เครื่องต้องทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัว และที่สำคัญก็คือ เปลือยแบตโดยไม่รู้ตัวด้วยเช่นกันครับ
 
10. การทำดีท็อกซ์บนสมาร์ทโฟน
อาจจะฟังดูแปลกๆนะครับ แน่มันค่อนข้างจะได้ผลเลยทีเดียว หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าแล้วสมาร์ทโฟนมันจะไปดีท็อกซ์ได้ยังไง ผมจะบอกว่ามันก็ไม่ค่อยจะเหมือนการดีท็อกซ์สักเท่าไหร่หรอกครับ เคยได้ยินมั้ยครับว่าแบตของสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะแบตที่ฝังมากับตัวเครื่องนั้นต้องการที่จะเปลี่ยนถ่ายประจุเซลล์เพื่อให้การใช้งานหรือการกระจายพลังงานดีขึ้น ดังนั้นผมแนะนำว่าในระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ควรที่จะใช้งานสมาร์ทโฟนให้แบตหมดชนิดที่แบบเครื่องดับไปเลย และก็ชาร์ตทิ้งไว้โดยที่ไม่ต้องเปิดเครื่องจนเต็ม แล้วค่อยเปิด นอกจากจะทำให้แบตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ก็จะช่วยยืดอายุการเสื่อมถอยของแบตได้อีกด้วย แต่อย่าทำบ่อยนะครับ เดี๋ยวมันจะเสื่อมจริงๆ 555 ถามว่าหลักการนี้ถูกต้องหรือไม่ ตอบได้เลยว่าถูกต้องครับ ถ้าระยะเวลาการทำวิธีนี้ถูกต้อง ไม่มากจนเกินไป อีกทั้งการที่ปิดเครื่องชาร์ตไว้ยังเป็นผลดีอีก 1 ต่ออีกด้วย นั่นก็คือสมาร์ทโฟนของเรานั่น บางครั้งเราอาจจะไม่ได้สังเกตุว่ามันทำงานมาเป็นเวลานาน เราไม่ได้ทำการปิดเครื่องเป็นเวลานานๆเลย ลักษณะก็คล้ายๆกับโน็ตบุคละครับ ถ้าเปิดใช้งานตลอดเลยไม่ปิด มันก็อาจจะมีค้างมีแฮงค์บ้าง ดังนั้น วิธีนี้จึงดีทั้งกับตัวแบตและตัวเครื่องเลยละครับ




2 Comments

Leave a Reply


Trackbacks

  • Technology Qoros Qloud Qubed โครอส คลาวด์ คิวบ์ รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมต่อจัดการชีวิตได้เหมือนสมาร์ทโฟน

    Qoros Qloud Qubed โครอส คลาวด์ คิวบ์ รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมต่อจัดการชีวิตได้เหมือนสมาร์ทโฟน

    Qoros Qloud Qubed โครอส คลาวด์ คิวบ์ รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมต่อจัดการชีวิตได้เหมือนสมาร์ทโฟน   ชีวิตประจำวันของทุกคนผูกติดอยู่กับการเดินทางและการจัดการ ในด้านการเดินทาง เราก็ต้องอาศัยรถยนต์ ส่วนในด้านการจัดการเราก็ต้องอาศัยความอัจฉริยะของสมาร์ทโฟน ด้วยเหตุนี้ Qoros ค่ายรถยนต์จากประเทศจีนจึงได้นำเสนอรถยนต์แนวคิดใหม่ที่ผสานเอาการจัดการแบบสมาร์ทโฟน รวมเข้ากับการใช้งานเพื่อเดินทางของรถยนต์ เกิดเป็นรถยนต์ต้นแบบที่ชื่อว่า Qorus Qloud Qubed รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมต่อจัดการชีวิตได้เหมือนสมาร์ทโฟน รีวิว โครอส คลาวด์ คิวบ์ Qoros Qloud Qubed รีวิว โดย Qoros Auto   Qorus Qloud Qubed เป็นรถยนต์ไฟฟ้าหน้าตาล้ำสมัย ออกแบบเพื่อให้เป็นรถยนต์แห่งปี 2029 ที่สามารถเชื่อมต่อกับชีวิตผู้คนได้มากกว่าเดิม ตัวรถมีลักษณะเป็นกล่องไฟหน้าเป็นแบบ LED เต็มรูปแบบ ด้านข้างเป็นประตูบานสไลด์ ติดตั้งจอแสดงภาพทั่วทั้งคัน ด้านในมีเบาะนั่งคนขับแบบเดียวกับเบาะนั่งตอนหลังแถวยาว พื้นที่ภายในจึงกว้างขวางสบายเป็นพิเศษ   Qorus Qloud Qubed ทำงานร่วมกับวัตถุทรงกลมซึ่งทำหน้าที่แทนสมาร์ทโฟนแห่งปี 2029 โดยมันสามารถแสดงภาพโฮโลแกรมออกจากตัวเพื่อแจ้งเตือน สามารถรับคำสั่งได้ด้วยเสียง และใช้ติดเครื่องยนต์รถยนต์แทนกุญแจแบบเดิม ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมีทีเด็ดอยู่ที่ระบบชาร์จไฟไร้สาย ซึ่งสามารถรับกระแสไฟฟ้าจากแท่นชาร์จกลางแจ้งขณะที่รถวิ่งอยู่ จึงชาร์จได้อย่างรวดเร็วกว่าที่เคย   อย่างไรก็ตาม Qorus Qloud Qubed ยังคงเป็นแค่แนวคิดเท่านั้น และยังต้องใช้เวลาพัฒนาระบบต่าง ๆ อีกสักพักใหญ่ ๆ แต่โครอสก็พร้อมจะโชว์โมเดลของมันภายในงานแสดงรถยนต์ Los Angeles Motor Show 2014 […]

    Read more →
  • Technology Lexus LF-C2 เล็กซัส แอลเอฟ ซี 2 รถเปิดประทุน 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ ดีไซน์ล้ำยุค

    Lexus LF-C2 เล็กซัส แอลเอฟ ซี 2 รถเปิดประทุน 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ ดีไซน์ล้ำยุค

    Lexus LF-C2 เล็กซัส แอลเอฟ ซี 2 รถเปิดประทุน 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ ดีไซน์ล้ำยุค   Lexus ค่ายรถยนต์หรูจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือโตโยต้า ใช้โอกาสภายในงานแสดงรถยนต์ครั้งใหญ่ระดับโลกอย่าง Los Angeles Auto Show ที่เมืองลอส แองเจลลิส ประเทศสหรัฐฯ เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบรุ่นใหม่ที่ดูแล้วเข้ากับบรรยากาศของเมืองท่องเที่ยวอย่างลอส แองเจลลิส เสียเหลือเกินกับ Lexus LF-C2 รถต้นแบบเปิดประทุน 4 ที่นั่ง ดีไซน์สวยเด็ด คาดพัฒนาขายจริงภายในปี 2015 รีวิว เล็กซัส แอลเอฟ ซี 2 Lexus LF-C2 รีวิว โดย AutoGuide.com   เส้นสายของ Lexus LF-C2 ยังคงใช้แนวทางการออกแบบเดิมที่เน้นความเฉียบคม เริ่มที่ไฟหน้าทรงแหลม กระจังหน้ารูปนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ ตัวรถเป็นแบบเปิดประทุน 4 ที่นั่ง ด้านข้างเน้นเส้นนอนที่ยาวจากด้านหน้าไปด้านหลังอย่างสวยงาม สวมล้ออัลลอยลายสปอร์ตสวยงาม ส่วนด้านหลังมาพร้อมไฟท้ายขนาดพอเหมาะ เชื่อมต่อกับเส้นสายด้านข้างอย่างลงตัว มิติรถยาว 4,715 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร และสูง 1,385 มิลลิเมตร   Lexus LF-C2 ภายในเน้นความเรียบหรูและล้ำสมัยด้วยเบาะนั่งและชุดคอนโซลสีขาว อุปกรณ์ต่าง ๆ ออกแบบอย่างสวยงามมีเอกลักษณ์ มาตรวัดวงกลมแบบเดี่ยวสีฟ้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นปุ่มกดระบบสัมผัสสีฟ้า ปุ่มควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส พร้อมจอแสดงผลบนคอนโซลหน้าถึง 2 จอ และนาฬิกาแบบเข็มคั่นช่องแอร์ […]

    Read more →
  • Technology Mitsuoka Orochi Evangelion มิตซูโอกะ โอโรจิ อีวานเกเลียน ซูเปอร์คาร์ดีไซน์แปลกจากญี่ปุ่น

    Mitsuoka Orochi Evangelion มิตซูโอกะ โอโรจิ อีวานเกเลียน ซูเปอร์คาร์ดีไซน์แปลกจากญี่ปุ่น

    Mitsuoka Orochi Evangelion มิตซูโอกะ โอโรจิ อีวานเกเลียน ซูเปอร์คาร์ดีไซน์แปลกจากญี่ปุ่น   อย่างที่ทราบกันดีว่า ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่ยังมีอีกด้านหนึ่งที่ทุกคนรู้จักซึ่งก็คือการ์ตูน โดยบริษัทยานยนต์ของญี่ปุ่นก็มักนำการ์ตูนมาเป็นสื่ออยู่บ่อยครั้งเช่นกัน ล่าสุดค่ายรถยนต์ Mitsuoka ก็ได้นำการ์ตูนแอนิเมชั่นยอดฮิตมาตกแต่งเพิ่มความแหวกแนวใส่รถยนต์ของตนจนเกิดเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม แถมยังใช้ช่องทางการขายที่ทุกคนน่าสนใจด้วย โดยมีชื่อว่า Mitsuoka Orochi Evangelion ซูเปอร์คาร์ดีไซน์แปลกจากญี่ปุ่น เผยรุ่นพิเศษจากการ์ตูนยอดฮิต ราคา 16 ล้านเยน จองได้ที่ 7-11 Mitsuoka Orochi Evangelion มิตซูโอกะ โอโรจิ อีวานเกเลียน โดย maidigitv   Mitsuoka Orochi Evangelion เป็นการนำรถสปอร์ตดีไซน์แปลกตาอย่างโอโรจิ มาตกแต่งในแบบของการ์ตูนหุ่นยนต์ชื่อดังอย่าง Neon Genesis Evangelion ตัวรถมาพร้อมกับโทนสีม่วงสลับกับสีเขียวซึ่งเป็นสีจากหุ่นอีวาน หมายเลข 01 ตัวเอกของเรื่อง ออกแบบจัดวางบนเส้นสายโค้งไปมาบนตัวรถโอโรจิ เพิ่มความสะดุดตาให้กับมากกว่าเดิม   ด้านระบบขับเคลื่อนของ Mitsuoka Orochi Evangelion ยังคงใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3,300 ซีซี กำลัง 233 แรงม้า แรงบิด 328 นิวตันเมตร จากโตโยต้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ จัดเต็มโดยมีทั้งกล้องมองหลัง ระบบอินโฟนเทนต์เม้นท์พร้อมระบบนำทาง เบาะนั่งหนังอัลคันทารา   Mitsuoka ตั้งราคาขายของรถสปอร์ต Mitsuoka Orochi […]

    Read more →
  • Technology 2015 Mercedes Benz S-Class Maybach เมอร์เซเดส เบนซ์ เอส คลาส มายบัค ใหม่ ซีดานหรูระดับผู้นำ

    2015 Mercedes Benz S-Class Maybach เมอร์เซเดส เบนซ์ เอส คลาส มายบัค ใหม่ ซีดานหรูระดับผู้นำ

    2015 Mercedes Benz S-Class Maybach เมอร์เซเดส เบนซ์ เอส คลาส มายบัค ใหม่ ซีดานหรูระดับผู้นำ   Mercedes Benz ค่ายรถยนต์หรูสัญชาติเยอรมนี เปิดตัวซีดานหรูรุ่นใหม่ต่อยอดจากเรือธงอย่าง Mercedes Benz S-Class ด้วยการเพิ่มพื้นที่และการตกแต่งแบบใหม่ โดยมาในชื่อ Mercedes Benz S-Class Maybach ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงรถยนต์ Los Angeles Auto Show ที่ประเทศสหรัฐฯ พร้อมตัวถังยาวกว่าเพื่อภายในที่กว้างกว่า Mercedes Benz S-Class Maybach เมอร์เซเดส เบนซ์ เอส คลาส มายบัค โดย worldcarfans   Mercedes Benz S-Class Maybach ยังคงแยกรุ่นตามขนาดเครื่องยนต์เช่นเคย เริ่มที่ S600 มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6,000 ซีซี ให้กำลัง 530 แรงม้า แรงบิด 830 นิวตันเมตร ตามด้วย S500 ใช้เครื่องยนต์ไบเทอร์โบ V8 ขนาด 4,700 ซีซี ให้กำลัง 455 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร และรุ่น S400 4MATIC […]

    Read more →
  • Technology 2015 Mercedes Benz C-Class Hybrid เมอร์เซเดส เบนซ์ ซี คลาส ไฮบริด ใหม่ ราคา 3,190,000 บาท

    2015 Mercedes Benz C-Class Hybrid เมอร์เซเดส เบนซ์ ซี คลาส ไฮบริด ใหม่ ราคา 3,190,000 บาท

    2015 Mercedes Benz C-Class Hybrid เมอร์เซเดส เบนซ์ ซี คลาส ไฮบริด ใหม่ ราคา 3,190,000 บาท   เมอร์เซเดส เบนซ์ ประเทศไทย แจ้งข่าวเปิดตัวรถยนต์ The new C-Class เครื่องยนต์ใหม่ ในรุ่น C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic และ C 300 BlueTEC HYBRID Estate AMG Dynamic ที่มาช่วยเติมเต็มรถยนต์ดีเซลไฮบริดในกลุ่ม Contemporary Luxury ได้เป็นอย่างดี Mercedes Benz C-Class Hybrid ใหม่ เครื่องยนต์ดีเซลพร้อมระบบไฮบริด ราคาเริ่มต้น 3,190,000 บาท   ราคา เมอร์เซเดส เบนซ์ ซี คลาส ไฮบริด Mercedes Benz C-Class Hybrid ราคา Mercedes Benz C300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic ราคา 3,190,000บาท Mercedes Benz C300 BlueTEC HYBRID Estate AMG Dynamic […]

    Read more →