.

ได้เฮ! ตำรวจไม่ห้ามนั่งกระบะท้าย แต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัย



ได้เฮ! ตำรวจไม่ห้ามนั่งกระบะท้าย แต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัย

 
พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ส.3 ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ว่า จากการคำนวณ คาดว่าหากใช้มาตรการอย่างเข้มงวด จะสามารถลดจำนวนรถ 10 ล้อ ได้ถึง 2,500 คัน จากเดิมที่มี 5,000 คันต่อวัน
 

โดยมาตรการดังกล่าว สืบเนื่องจากผู้บังคับบัญชา ต้องการให้ลดระยะเวลาการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปนครราชสีมา ให้ได้ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ส่วนกรณีนั่งท้ายรถกระบะกลับภูมิลำเนา มอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานจราจร หากมีคนนั่งจำนวนไม่มาก และระยะทางไม่ไกล ตำรวจจะตักเตือน ให้คำแนะนำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย แต่ถ้ามีการบรรทุกจำนวนคนมาก และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจจำเป็นต้องใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น ห้ามหย่อนขา ห้ามเปิดท้ายกระบะ ห้ามนั่งบนกระบะ เป็นต้น ส่วนการเล่นน้ำสงกรานต์ ห้ามรถบรรทุกน้ำเล่นบนถนน จะมีพื้นที่ให้เล่นน้ำเฉพาะที่ทางจังหวัดกำหนดให้เท่านั้น
 
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเข้มข้นเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นยาเสพติดอย่างเข้มข้นด้วย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการ ให้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความจำเป็นในการปรับอัตราความเร็วของพาหนะให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมเป็นกรณี ส่วนหนึ่งเพื่อลดปัญหาการถูกจับกุม เพื่อลดปัญหาการจราจร หลักการคือให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางได้เร็วขึ้นและปลอดภัย เช่นถนนทางหลวงระหว่างเมือง ควรจะสามารถใช้ความเร็วได้มากกว่าทางปกติ ถ้าอิงตามฐานของสหรัฐอเมริกาสามารถวิ่งได้ถึง 105-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
ทั้งนี้ ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าถนนแต่ละสาย ถนนแต่ละประเภทควรใช้ความเร็วได้เท่าใด ขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างทำโครงร่างเพื่อพิจารณาต่อไปครับ




แชร์บอกต่อ:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *